*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 90.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.03 ดอลลาร์ หรือ 2.2% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 102.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.27 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงประมาณ 2% ในวันพุธ (25 มี.ค.) จากการที่อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามที่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของพลังงานจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยในช่วงต้นของการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงไปถึง 7% *** ตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเคลื่อนไหวไร้ทิศทางเช้านี้ หลังอิหร่านส่งสัญญาณว่าไม่มีเจตนาจะเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ แม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามก็ตาม - ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงต้นการซื้อขาย
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.28% ขณะที่ Topix ปรับขึ้น 0.43%
- ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดลง 1.55% และ Kosdaq แทบไม่เปลี่ยนแปลง
- ฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงอยู่ที่ 25,268 เมื่อเทียบกับปิดตลาดล่าสุดที่ 25,335.95
- ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในช่วงเปิดการซื้อขายในฝั่งเอเชีย โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
*** กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กำลังจัดทำสมมติฐานสถานการณ์ของแต่ละประเทศ เพื่อประเมินว่าประเทศใดอาจต้องการเงินทุนเพิ่มเติม หากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง แผนกกลยุทธ์ นโยบาย และการทบทวนของ IMF ซึ่งเป็นหน่วยที่รับผิดชอบการออกแบบ การดำเนินงาน และการประเมินนโยบายของกองทุน ได้ขอให้ส่วนงานที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ส่งผลวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานะบัญชีเดินสะพัดและความจำเป็นในการจัดหาเงินทุนที่อาจเกิดขึ้น *** อิหร่านขอให้เรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้การคุ้มกันส่งรายชื่อลูกเรือและสินค้าบนเรือ รวมถึงรายละเอียดการเดินทางและเอกสารใบตราส่งสินค้า แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านได้เรียกเก็บเงินจากเรือบางลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกน้ำมัน เรือขนส่งก๊าซ หรือเรือที่บรรทุกสินค้ามูลค่าสูง อิหร่านระบุว่า การฟื้นฟูความมั่นคงและเสถียรภาพในช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภัยคุกคามทางทหารในภูมิภาคยุติลง *** อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สื่อของรัฐบาลเมื่อวันพุธว่า อิหร่านไม่มีความต้องการที่จะเจรจากับสหรัฐ แต่บรรดาผู้นำระดับสูงของอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ยังระบุด้วยว่า การแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างสองประเทศผ่านคนกลางไม่ได้หมายความว่าเป็นการเจรจากับสหรัฐฯ *** ทำเนียบขาวระบุว่า การเจรจาสันติภาพกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ แม้รัฐบาลเตหะรานจะปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยสหรัฐฯ ได้จัดทำข้อเสนอแผนสันติภาพซึ่งประกอบด้วยเงื่อนไขหลายข้อ รวมถึงให้อิหร่านรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์หลัก และจำกัดการใช้ขีปนาวุธเพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4,500 ราย โดยประมาณสามในสี่ของผู้เสียชีวิตอยู่ในอิหร่าน *** เกษตรกรหลายพื้นที่ของโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ซึ่งก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านอุปทานปุ๋ยที่จำเป็นต่อการเพาะปลูกอย่างรุนแรง และส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นำไปสู่คำเตือนถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารที่อาจเกิดขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า การค้าปุ๋ยทางทะเลทั่วโลกราวหนึ่งในสามต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะจัดการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. เลื่อนจากกำหนดเดิมในช่วงปลายเดือนมี.ค.-ต้นเม.ย. เนื่องจากสงครามกับอิหร่าน การประชุมที่ถูกเลื่อนออกไปครั้งนี้จะเป็นบททดสอบใหม่ว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง มีความพึงพอใจกับสถานะปัจจุบันในประเด็นการค้า การสนับสนุนไต้หวันของสหรัฐฯ และผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น มากน้อยเพียงใด *** Morgan Stanley ระบุว่า เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มหดแคบลง และผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเนื่องจากสงครามในอิหร่าน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่เงินยูโรและเงินเยนอ่อนค่าลง เนื่องจากทั้งสองภูมิภาคพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง Morgan Stanley คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ *** เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง การประเมินนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ และเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินที่เคยทำตามปกติในช่วงที่เกิดความตึงเครียด ราคาน้ำมันพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก และแม้ราคาจะต่ำกว่าระดับนั้น โดยอยู่ที่ 170 ดอลลาร์ เป็นระยะเวลาหลายเดือน ก็อาจกดดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ *** สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีขึ้นอีก 0.50% หลังข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาล่าช้ากว่าที่คาดไว้ตั้งแต่เดือนธ.ค. “ผมปรับขึ้นอัตรานโยบายครึ่งเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เพราะราคาน้ำมันหรือสงครามอิหร่าน แต่เป็นเพราะข้อมูลเงินเฟ้อที่เราได้รับ” มิแรนกล่าวในงานที่นิวยอร์กเมื่อวันพุธ โดยอ้างถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจที่ผู้กำหนดนโยบายเผยแพร่หลังการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน “ทำให้การคาดการณ์ของผมอยู่ในระดับเป็นกลาง” *** ธนาคารกลางฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจปี 2026 และปรับขึ้นคาดการณ์เงินเฟ้อ เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน สอดคล้องกับการปรับคาดการณ์ของธนาคารกลางยุโรป และยังรวมถึงการประเมินสถานการณ์เชิงลบที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของธนาคารกลางฝรั่งเศสชี้ว่า เงินเฟ้อจะไม่รุนแรงเท่าของธนาคารกลางยุโรป โดยคาดว่าราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2% ในปีหน้า แม้ในกรณีเลวร้ายที่สุด *** ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ กำหนดเงื่อนไขในการให้หลักประกันด้านความมั่นคงสำหรับข้อตกลงสันติภาพในยูเครน โดยระบุให้ยูเครนต้องยกพื้นที่ทั้งหมดของภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกให้แก่รัสเซีย เซเลนสกียังกล่าวว่า ขณะที่สหรัฐฯ มุ่งความสนใจไปยังความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันยูเครนเพื่อเร่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปี *** นาอิม กอเซ็ม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวในสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ โดยมีผู้ประกาศเป็นคนอ่านแทน ระบุว่า การเจรจากับอิสราเอลภายใต้สถานการณ์การโจมตี เท่ากับเป็นการยอมจำนนโดยถูกบีบบังคับ และเรียกร้องให้เกิดความเป็นเอกภาพเพื่อต่อต้านอิสราเอล สุนทรพจน์ดังกล่าวซึ่งออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่า นักรบของฮิซบอลเลาะห์พร้อมที่จะสู้ต่อไป “โดยไม่มีขีดจำกัด” *** ภาคธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของสงครามอิหร่านที่กดดันราคาก๊าซและไฟฟ้าในตลาดค้าส่งให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10-30% นับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. ขณะที่สัญญาก๊าซพุ่งขึ้นระหว่าง 25-80% |