| เปิดคาดการณ์กำไร Q1/69 ของ 3 หุ้นกลุ่มซีพี จากนักวิเคราะห์หชั้นนำ พบ CPALL แนวโน้มผลงานดีสุด เหตุได้ไฮซีซั่นหนุน ฟาก CPAXT ไร้มาตรการรัฐหนุน - ด้าน CPF เจอผลกระทบราคาหมูลดลง ผู้สื่อข่าวรวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์ คาดการณ์งบกลุ่ม "ซีพี" ช่วงไตรมาส 1/69 ของทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF CPALL เด่นของกลุ่ม เหตุยอดขายพุ่ง ไฮซีซั่นหนุน ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า CPALL จะได้รับการผลักดันจากการดำเนินงานของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เป็นหลักเช่นเดิม เพราะคาดยอดขายจะได้แรงหนุนจากอากาศร้อนขึ้น หนุนสินค้าเครื่องดื่ม ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น (ตรุษจีน และ เลือกตั้ง) และ การที่ เหล้า-เบียร์ สามารถซื้อขายในช่วง 14.00 น.–17.00 น. และ การปรับเปลี่ยนสินค้าในร้านอยู่เสมอ ส่งผลให้คาดว่ายอดขายจากสาขาเดิม (Same Store SaleSSS) จะโตราว 1.2% บวกกับยอดขายที่เข้ามาเพิ่มจากการเปิดสาขาใหม่ รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ที่ยังสูงขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าพร้อมทาน (Ready To Eat-RTE) มุมมองในอนาคต นักวิเคราะห์ประเมินว่าฤดูร้อนที่มาเร็ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นในปีนี้ และ เทศกาลวันหยุดน่าจะช่วยหนุนอุปสงค์ในไตรมาส 2/69 ทำให้ผลการดำเนินงานประคองตัวได้ในช่วงที่สภาวะของการจับจ่ายใช้สอยเปราะบาง ทั้งนี้ ยอดขายเครื่องดื่มคิดเป็น 20% ของยอดขายรวมในธุรกิจ CVs ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น ต้นทุน logistic cost คิดเป็น 2% ของยอดขาย หรือ ต้นทุนสาธารณูปโภค คิดเป็น 2% ของยอดขาย น่าจะยังคุมได้อยู่ คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/69 น่าจะยังเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY โดยจะได้รับการผลักดันจากการดำเนินงานของ 7-Eleven เป็นหลักเช่นเดิม เพราะคาดยอดขายจะได้แรงหนุนจากอากาศร้อนขึ้นบวกกับมาร์จิ้นที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงได้ ทั้งนี้ CPALL มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 68 อยู่ที่ 7,585 ล้านบาท | หุ้น | โบรก | คาดกำไร | %YoY | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | Q1/69(ลบ.) | (บ.) | | CPALL | บล.หยวนต้า | 8,200 | 8% | ซื้อ | 62 | | บล.ทิสโก้ | 8,180 | 8% | ซื้อ | 61 | | บล.พาย | 8,000 | 7% | ซื้อ | 61 | | บล.เอเซียพลัส | 8,100 | 7% | ซื้อ | 59 | | บล.ฟินันเซีย | 8,100 | 7% | ซื้อ | 60 | | บล.บัวหลวง | 8,000 | 6% | ซื้อ | 60 | | บล.กรุงศรี | 7,833 | 4% | ซื้อ | 80 | CPAXT ไร้นโยบายกระตุ้นศก.หนุน ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า CPAXT กำไรจะลดลง จากยอดขายที่ลดลง ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และ ไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนปีก่อน(ช้อปดีมีคืน) ในขณะที่รายได้เติบโตจากการเปิดสาขาใหม่ จากธุรกิจค้าส่ง (Makro) ที่มีการเปิดสาขาใหม่ และ การรับรู้รายได้จาก Lucky Frozen เข้ามาเต็มไตรมาส ส่วนยอดขายจากสาขาเดิม(SSSG) คาดทรงตัว ส่วนธุรกิจค้าปลีก (Lotus) คาดรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ โดยเฉพาะสาขาในประเทศมาเลเซีย ด้านอัตรากำไรรวมยังคงมีแนวโน้มที่ลดลงจาก Product mix และ ปัญหาด้าน Inventory ในส่วนของค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายในการขายผ่านช่องทาง Omni Channel แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ CPAXT เจอแรงกดดันต่อผลกำไรในระยะสั้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เชื่อว่าทั้งธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกจะประสบกับแรงกดดันด้าน SSSG เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ควบคู่ไปกับกำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผู้บริโภคกักตุนอาหารแห้ง ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าหมวดหมู่อื่นๆ โดยคาดการณ์ปี 2569 SSSG ทั้งส่วนค้าส่งและค้าปลีกอยู่ที่ 1% ซึ่งคาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายที่กลับสู่ภาวะปกติ โดยต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง ประเมินไว้ว่าทุกๆ การเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดีเซล 1 บาท/ลิตร จะส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีลดลง 5-7 ล้านบาท ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล 20 บาท/ลิตร จะส่งผลให้กำไรในปี 2569 ลดลงประมาณ 1% สำหรับค่าไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าไฟฟ้าทุกๆ 0.1 บาท จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 10 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกำไรในปี 2569 โดยรวมประมาณ 0.5% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าสามารถส่งต่อไปยังผู้ประกอบการให้เช่าได้บางส่วน ทั้งนี้ CPAXT มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 68 อยู่ที่ 2,643 ล้านบาท CPF เจอราคาสุกรในไทย-จีนลดลง กระทบมาร์จิ้น ในไตรมาส 1/69 โบรกฯ ต่างระบุว่า กำไรที่ลดลงจากราคาหมูลดลง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีแนวโน้มลดลง YoY จากแรงกดดันของราคาหมูในจีนที่ปรับตัวลดลง โดยราคาหมูจีนเฉลี่ยเพียง 10 หยวน/กก. (-38% YoY) ต่ำสุดในรอบ 8 ปี จากภาวะ oversupply รุนแรง กดดัน Equity income และ ราคาหมูไทย -25% YoY ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL/CPAXT คาดทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย ภาพรวมผลกระทบจากความไม่สงบที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน มี.ค. เบื้องต้น CPF คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในช่วง ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เนื่องจากวัตถุดิบส่วนหนึ่งมีการสต๊อกไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว ทั้งนี้ ทาง CPF มองว่า ราคาเนื้อสัตว์ในปัจจุบัน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดจากปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ทำให้หากในอนาคตต้นทุนปรับขึ้นจะทำให้ราคายังยืนในระดับสูงได้ ด้านต้นทุนด้านการขนส่งและ ต้นทุนด้านพลังงานมีสัดส่วนรวมประมาณ 5-7% ของต้นทุนรวม โดย CPF ยังคงใช้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวลง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามที่กดดัน Demand ผู้บริโภคทั่วโลกให้ระมัดระวังการใช้จ่าย , ธุรกิจสัตว์น้ำที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทได้ปรับโครงสร้าง Downsizing ธุรกิจสัตว์น้ำในไทยและหันมาเน้นตลาดในประเทศ , ธุรกิจ Bellisio ในสหรัฐฯ ที่เผชิญกำลังซื้ออ่อนแอ บริษัทปรับทิศทางมาเน้น OEM มากขึ้น และ ค่า Freight ที่ยังสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ CPF มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 68 อยู่ที่ 8,549 ล้านบาท |