| PDD Holding เจ้าของแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซ Temu เผยยอดขายในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 11% แตะที่ 106,000 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 15,6000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 109,000 ล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิดิ่งลง 15% มาอยู่ที่ 12,500 ล้านหยวน ส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งแรงสุดในรอบปี ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่ดุเดือดภายในประเทศและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ซบเซาในจีน ราคาหุ้นในตลาดนิวยอร์กดิ่งลง 10% ปิดที่ 86.61 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการลดลงภายในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2025 PDD ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นชั้นนำในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซจีน ด้วยการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทางออนไลน์ไปยังกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดแซง Alibaba Group ได้ในปี 2023 ขณะที่แบรนด์ Temu ของบริษัทก็เป็นคู่แข่งสำคัญของ Shein และ Amazon.com ในสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงหลังได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจนประเทศ Li Jiong ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ PDD กล่าวในระหว่างการประชุมกับนักวิเคราะห์หลังจากรายงานผลประกอบการว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทางระบบนิเวศของแพลตฟอร์มอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานให้แข็งแกร่ง มากกว่าผลประกอบการทางการเงินในระยะสั้น ในระหว่างการประชุมดังกล่าว บรรดาผู้บริหารได้เน้นย้ำถึงการเปิดตัวธุรกิจแบรนด์ของบริษัทเองเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่าบริษัทจะลงทุนจำนวน 100,000 ล้านหยวนในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าสำหรับโครงการใหม่นี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและพัฒนาบรรดาซัพพลายเออร์ของบริษัท ราคาหุ้นของบริษัทลดลงไปแล้วเกือบ 15% ในปีนี้นับจนถึงก่อนวันพุธ (27 พ.ค.) ตามหลังคู่แข่งอย่าง Alibaba และ JD.com Inc. ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนที่รุมเร้าธุรกิจ โดยบริษัทเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์อีคอมเมิร์ซหลายรายของประเทศจีนที่ถูกปรับฐานล้มเหลวในการคัดกรองผู้ค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งนี้ PDD เผชิญกับโทษปรับที่รุนแรงที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ โดยมีมูลค่าสูงถึง 1,500 ล้านหยวน หลังจากพนักงานของบริษัทก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่พิจารณาควบคุมกฎระเบียบเมื่อเดือนธ.ค. ที่มา Bloomberg ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |