NEO เผย Q1/69 ยอดขาย 2,757 ลบ. โต 6.5% ฟากมูลค่าตลาดโต 16.6% ชูหัวใจ “ปรับตัวเร็ว-เข้าใจผู้บริโภค”

รูป NEO เผย Q1/69 ยอดขาย 2,757 ลบ. โต 6.5% ฟากมูลค่าตลาดโต 16.6% ชูหัวใจ “ปรับตัวเร็ว-เข้าใจผู้บริโภค”

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 11:47 น.


NEO ประกาศงบ Q1/69 แข็งแกร่ง ยอดขาย 2,757 ลบ. โต 6.5% YoY พร้อมสร้างการเติบโตทางมูลค่าตลาด 16.6% สูงกว่าตลาด FMCG โดยรวมที่ขยายตัวเพียง 2.0% ชูแนวทางปรับตัวเร็ว-เข้าใจผู้บริโภค ภายใต้ 2 กลยุทธ์หลัก ปั้นพอร์ตแกร่ง และ ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เปิดเผยว่าไตรมาสแรกของปี 2569 แม้เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคยังเผชิญความท้าทาย ทั้งจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภค


แต่ NEO ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากการศึกษาพฤติกรรมและถอดรหัส ‘Unmet Needs’ ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น


สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 NEO มียอดขายรวม 2,757 ล้านบาท เติบโต 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) พร้อมสร้างการเติบโตทางมูลค่าตลาด 16.6% สูงกว่าภาพรวมตลาด FMCG ถึง 8 เท่า โดยยอดขายได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์


โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนที่เติบโต 23.1% YoY และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลที่เติบโต 8.7% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 37.9% เพิ่มขึ้น 2% (200 Basis Points) จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการบริหารต้นทุนการผลิตต่อหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพ


โตเหนือกว่าตลาด เดินหน้าขยายส่วนแบ่งในหลายเซกเมนต์


NEO ยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีผลงานที่โดดเด่นในหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

• กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล: ผลิตภัณฑ์โรลออนเติบโต 6% สวนทางกับตลาดรวมที่โตเพียง 0.2% ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำเติบโตสูงถึง 12% เทียบกับตลาดที่โต 4% ส่งผลให้ NEO ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของตลาดในไตรมาสแรกของปี 2569 ได้สำเร็จ และผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 22% ส่งผลให้ NEO ขยับอันดับจาก 10 ขึ้นมาเป็นอันดับ 9 และยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก


• กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน: ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำเติบโต 26% สูงกว่าตลาดที่โต 13% ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 30.3% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มเติบโต 17% สูงกว่าตลาดที่โตเพียง 3% ส่งผลให้ NEO สามารถขยับขึ้นมาติด Top 3 ของตลาดได้สำเร็จในไตรมาสนี้


เดินเกมนวัตกรรมเชิงรุก เปิดตัวสินค้าใหม่ที่โดนใจผู้บริโภค


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตในไตรมาสนี้ คือกลยุทธ์เชิงรุกในการเปิดตัวสินค้าใหม่ (NPD : New Product Development) ที่โดนใจผู้บริโภค เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันตั้งแต่ต้นปี และเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ตลอดปี 2569


• ขยายขอบเขตความสำเร็จ (Expand Horizon) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค อาทิ BeNice Tokyo Ichigo Series ที่ผสานสกินบูสเตอร์จากเฟรชเซลล์สตรอว์เบอร์รีและเบบี้คอลลาเจน รวมถึงผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาลอย่าง BeNice Mango Sticky Rice ครีมอาบน้ำกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงน้ำกะทิ ที่ร่วมกับ “แม่วารี” เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดช่วงซัมเมอร์ ขณะที่ Fineline Cool Fresh นำนวัตกรรม Cool Tech มาต่อยอดสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนจัดของประเทศไทย

• ต่อยอดความสำเร็จ (Extend Our Success) ผ่านการขยาย SKU ใหม่ในแบรนด์เดิม โดย D-nee Kids เปิดตัวโรลออนสำหรับเด็ก นอกจากนี้ D-nee Deluxe นำเสนอผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นสำหรับผู้สูงวัย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Silver Age ขณะที่ LovliTails รุกตลาด Pet Humanization ด้วยผลิตภัณฑ์ก้านไม้หอมสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly Diffuser)

• กลยุทธ์ Brand Collaboration เพื่อสร้างสีสันให้แบรนด์และกระตุ้นยอดขาย ผ่านการจับมือระหว่างแบรนด์ อาทิ D-nee Kids กับ Jolly Bear และ D-nee กับแบรนด์วัยรุ่นสุดฮิตจากเกาหลีอย่าง Wiggle Wiggle

เสริมความยืดหยุ่นซัพพลายเชน เดินเกมบริหารต้นทุนรอบด้าน

ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง NEO ได้ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น

• การจัดหาซัพพลายเออร์ทางเลือกเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบและลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน

• การบริหารผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการผลิตสินค้าที่ขายดี และชะลอการเปิดตัวสินค้าใหม่บางรายการเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม

• บริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

• การพิจารณาปรับใช้โปรโมชันและกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะสมกับสภาพตลาด

ขยายศักยภาพการเติบโต รองรับตลาดในและต่างประเทศ

NEO ยังคงมุ่งขยายโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ซึ่งประสบความสำเร็จจากการใช้แพลตฟอร์ม TikTok Shop การทำ Live Streaming และ Affiliate Marketing ส่งผลให้ยอดขายออนไลน์ของ D-nee ในเวียดนามเติบโตสูงกว่าเป้าหมายกว่า 2 เท่า สะท้อนศักยภาพของ Social Commerce ในตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทมีแผนนำผลิตภัณฑ์ BeNice เข้าสู่ตลาดเวียดนามเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ขณะเดียวกัน โครงการขยายโรงงานกลุ่ม Household เฟส 1 มีความคืบหน้าแล้วกว่า 90% และคาดว่าโรงงานจะพร้อมเริ่มเปิดใช้ดำเนินการได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน รองรับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต


กลยุทธ์ 'ปั้นพอร์ตแกร่ง ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย' ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 NEO ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “ปั้นพอร์ตแกร่ง” (Strengthening Portfolio) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์ Wellness & Longevity การปรับปรุงสินค้าเดิมให้ทันสมัย รวมถึงการบุกเบิกหมวดหมู่ใหม่ที่ยังไม่มีผู้เล่นตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน (Unmet Needs) เพื่อสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย


พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ “ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย” (Scaling Up Distribution Channels) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้ง Modern Trade, E-commerce, Social Commerce รวมถึงการขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคและต่างประเทศ


“NEO ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้บริโภคในทุกวัน เราจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจผู้คน ขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” นายสุทธิเดช กล่าวสรุป


Related Topics

Reported by

Chutima Apichaisuksakul

Chutima Apichaisuksakul

Senior Reporter, efinanceThai