“ยศชนัน” ชู 8 ด้านดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง ด้านBOI ชี้ 3 เทรนด์โลกดันลงทุน

รูป “ยศชนัน” ชู 8 ด้านดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง ด้านBOI ชี้ 3 เทรนด์โลกดันลงทุน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 11:12 น.

“ยศชนัน” ชูนวัตกรรมเปลี่ยนประเทศวาง 8 แผนยกระดับไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ รายได้สูง ขณะที่ BOI ชี้ 3 เมกะเทรนด์ดึงลงทุน-ส.อ.ท. ชู 5I พลิกอุตสาหกรรมสู่ Smart Industry เติบโตยั่งยืน

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์​ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ “นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ว่า ในปี 2569-2573 แผนปฏิบัติการของกระทรวงฯ​ จะมุ่งยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน พลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ โดยดำเนินการทั้งหมด 8 ด้าน เพื่อทำให้ไทยมุ่งสู่ประเทศรายได้สูง

1.ส่งเสริมให้เกิด Innovation Ecosystem ในประเทศไทย

2.Wellness Thailand โดยไทยได้เปรียบในเรื่องดังกล่าว มีจุดเด่น

3.Semiconductor Thailand

4.AI, Physical AI and Data-Driven Nation

5.Frontier Innovation Thailand

6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง

7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้าน Corruption มุ่งสู่ Digital Government

8.พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก

“ทิศทางอนาคตของประเทศไทย จะต้องปรับโครงสร้างทุกมิติการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี AI คือจุดเปลี่ยน และไทยจะต้องเพิ่ม Productivity โดยเป้าหมายประเทศไทย คือ การวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วย Science and Technology”นายยศชนัน กล่าว

BOI ชี้ 3 เมกะเทรนด์ AI–Green–Geopolitics ขับเคลื่อนอนาคต พร้อมเปิด 10 จุดแข็งไทยรับการลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวในการบรรยายพิเศษ “ลงทุนนวัตกรรม อนาคตโลก อนาคตไทย” ว่า ภาพรวมขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไตรมาสแรกทะลุ 1 ล้านล้านบาท มีมากกว่า 624 โครงการ โดยประเทศที่มีเงินลงทุนสูงสุด ตั้งแต่ปี 2566-2569 คือ สิงคโปร์​ ,​จีน ,​ฮ่องกง ,ญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร และ อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ดิจิทัล , E&E

ปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในอนาคต มี 3 ด้าน คือ

1.Technology and Innovation เกิดการลงทุนเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ,​2.Sustainability เกิดกระแสการเติบโตของการลงทุนสีเขียว และความต้องการใช้พลังงานสะอาด , 3.Geopolitics & Geoeconomics เกิดการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก

แนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไป โดยปัจจัยเลือกแหล่งลงทุน เน้นความมั่นคง ปลอดภัย ยืดหยุ่น ความพร้อมรองรับการลงทุน ปัจจัยสนับสนุน Green Investment

10 จุดแข็งประเทศไทย เพื่อรองรับการลงทุน คือ

1.ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอและมีเสถียรภาพ ทั้งไฟฟ้า น้ำ ขนส่งและโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม

2.บุคลากรทักษะสูง คาดการณ์บัณฑิตจบใหม่ สาขา STEM ในปี 2565-2569 ที่ 184,000 คน ในสาขานวัตกรรม และ 110,000 คนในสาขาวิทยาศาสตร์

3.ห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์​ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี

4.ตลาดที่มีศักยภาพสูง

5.ประตูสู่ตลาดโลก ผ่าน FTA 17 ฉบับ ครอบคลุม 24 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่ม

6.ความพร้อม Go Digital โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โครงข่าย Internet ความเร็วสูง 5G Data Center และระบบนิเวศที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมดิจิทัล

7.ความพร้อม Go Green ศักยภาพพลังงานสะอาด กลไกใหม่ Utility Green Tariff และ Direct PPA

8.นโยบายส่งเสริมการลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ด้าน Tax , Non-Tax

9.ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ ทั้งด้านค่าจ้างแรงงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าสาธารณูปโภคและโลจิสติกส์

10.ความน่าอยู่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ Expat ด้านชีวิตความเป็นอยู่ แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ระบบสาธารสุขระดับโลก

โดย 6 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย คือ 1.Bio & Green Industries 2.ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ภาครัฐสนับสนุนทั้งกลุ่ม 3.Semiconductor & Advanced Electron 4.AI & Digital 5.Automation , Robotics & Humanoid และ International Business Center

สำหรับ 3 อุตสาหกรรมที่กำลังสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก คือ 1.AI ซึ่งปัจจุบัน AI กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่และเร่งนวัตกรรม โดยการแข่งขันด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในระดับโลกทวีความเข้มข้น ทุกประเทศต่างเร่งยกระดับการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

2.Semiconductor เป็นหัวใจของนวัตกรรมสู่อนาคต โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ โดยแนวโน้มธุรกิจนี้ยังเติบโตเพิ่มขึ้นจาก AI Data Center EV และ Robotics โดยไทยมีเป้าชัดเจน 3 ด้าน คือ ยกระดับไทยสู่ Upstream , เสริมความแข็งแกร่ง Downstream มุ่งสู่ Advanced Packaging และ สร้างความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในประเทศ​

โดยการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในช่วงปี 2566-2569 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 8.3 แสนล้านบาท รวม 804 โครงการ

ทั้งนี้ ไทยยังมุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยจะพัฒนาสู่การเป็น Made in Thailand Chip

3.Humanoid สร้างโอกาสต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิตไทย ซึ่งที่ผ่านมา มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท 90 โครงการ

ไทยมุ่งสู่นวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยระยะยาว โดยการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ โดยอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Smart Farming , Future Food , พลังงานสะอาด ,ยานยนต์ไฟฟ้า , ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์​และ Humanoid , เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง , AI Ecosystem , Digital Platform และศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

“การที่เราอยากจะสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง และนำพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ เราจะต้องมีฐานที่มั่นคง 5 ด้าน คือ 1.อุตสาหกรรมใหม่ 2.เทคโนโลยีใหม่ 3.บุคลากรทักษะใหม่ 4.ซัพพลายเชนใหม่ เชื่อมโยงผู้ผลิตชั้นนำกับผู้ประกอบการไทย 5.พลังงานใหม่ หรือพลังงานสะอาดที่เป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำ ซึ่งหากมีครบ เราจะเป็นฐานนวัตกรรม และทำให้โลก นักลงทุน ที่ต้องการหาแหล่งเงินทุนจะคิดถึงประเทศไทย หากอยากลงทุนเรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมต้องคิดถึงประเทศไทย ใครอยากสร้างฐานการผลิตที่สะอาดต้องคิดถึงประเทศไทย”นายนฤตม์ กล่าว

ส.อ.ท. ชูยุทธศาสตร์ “5I” พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industry

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการบรรยาย ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน อุตสาหกรรม และการยกระดับ อุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยนวัตกรรม ว่า ยุทธศาสตร์ของ ส.อ.ท. คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยยุทธศาสตร์ 5I ดังนี้

I1-Intelligent Industry โดยมีเป้าหมายในการยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้ AI & Automation เพื่อลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็น Smart Factory & Smart OEM

I2-Innovation & Creative Industry สร้างความแตกต่างพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต สู่การสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า ทั้งการสร้างแบรนด์และนวัตกรรม , สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า รวมถึงการร่วมกับกองทุนต่างๆ สนับสนุน Startup เป็นต้น

I3-INTERNATIONAL ALLIANCE&NETWORK โดยมีเป้าหมายใช้ความเป็นกลางของไทยสร้างโอกาสเป็น Global Supply Chain Hub เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ

I4-Industrial Infrastructure Reform โดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับสู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ​ทั้งพลังงาน สนับสนุน Direct PPA เพื่อพลังงานต้นทุนต่ำ ปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมาย ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก รวมถึงการเฝ้าระวังการทุ่มตลาดล่วงหน้าด้วย AI เป็นต้น

I5-Inclusive & Sustainable Growth ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตยั่งยืน โดยยกระดับอุตสาหกรรม ผ่านการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา ช่วยเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ , พัฒนา Ecosystem เศรษฐกิจหมุนเวียนครบวงจร และขับเคลื่อน Upskill/Reskill


Related Topics

Reported by

Pattraporn Kiattinant

Pattraporn Kiattinant

News Editor, efinanceThai