NOBLE คงเป้าปี 69 เปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.4 หมื่นลบ. เกาะติดราคาพลังงาน - แนวโน้มดอกเบี้ย

รูป NOBLE คงเป้าปี 69 เปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.4 หมื่นลบ. เกาะติดราคาพลังงาน - แนวโน้มดอกเบี้ย

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 11:21 น.

NOBLE คงแผนปี 69 เดินหน้าเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ หลังไตรมาส 1/69 มียอดขาย (Pre-sale) 2,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% (YoY) จากแรงหนุนของดีมานด์ลูกค้าต่างชาติ พร้อมติดตามปัจจัยเสี่ยง จากราคาพลังงาน ทิศทางดอกเบี้ย และต้นทุนก่อสร้าง

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ควบคู่กับการบริหารจังหวะการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดอย่างเหมาะสม

โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,700 ล้านบาทได้แก่ นิว วูด เวสต์เกต และ นิว สเคป บางนา และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ารวม 10,300 ล้านบาท ได้แก่ โนเบิล สนสำราญ หัวหิน ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของบริษัทฯ ในการขยายการพัฒนาไปสู่ต่างจังหวัด และ โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์ ซึ่งเตรียมเปิดขายอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

สำหรับผลดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มียอดขาย (Pre-sale) 2,489 ล้านบาท เติบโต 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากตลาดหลัก เช่น ไต้หวัน จีน และเมียนมา รวมถึงการขยายตลาดสู่ประเทศศักยภาพใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และอินเดีย ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ

บริษัทฯ มียอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2,186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายปี 2568

บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,535 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท โดยรายได้รวมปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายได้ธุรกิจให้เช่าและบริการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโต และได้รับแรงสนับสนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 22,273 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต

ด้าน นายศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ NOBLE ก ประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินและมาตรการภาครัฐ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งเอื้อต่อภาระต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน การขยายระยะเวลามาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ Loan to Value (LTV) ออกไปอีก 1 ปี จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นและกดดันต้นทุนวัสดุก่อสร้าง โดยบริษัทฯ ได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนล่วงหน้า ทำสัญญาก่อสร้างสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา ได้แก่ นิว เอปิค อโศก-พระราม 9, นิว เรน แจ้งวัฒนะและ นิว โคสต์ คูคต สเตชัน ซึ่งสามารถกำหนดและควบคุมต้นทุนหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดความผันผวนของต้นทุนในการก่อสร้าง

สำหรับปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มราคาพลังงานในช่วงไตรมาส 2–3 ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ระดับหนี้ครัวเรือน ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ และระดับอุปทานคงค้างในตลาด ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการควบคุมต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน รองรับความผันผวน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai