TFM กำไร Q1/69 แตะ 148 ลบ. โต 11.9% อาหารกุ้งหนุน - ปรับพอร์ตสู่สินค้ามาร์จิ้นสูง เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมโลก

รูป TFM กำไร Q1/69 แตะ 148 ลบ. โต 11.9% อาหารกุ้งหนุน - ปรับพอร์ตสู่สินค้ามาร์จิ้นสูง เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมโลก

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 69 14:44 น.

TFM โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิพุ่ง 11.9% แตะ 148 ล้านบาท จากธุรกิจอาหารกุ้งแข็งแกร่ง พร้อมปรับพอร์ตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมโลก หนุนยอดขายทั้งปี เติบโต 8-10%

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีเยี่ยม

สำหรับรายได้จากการขายในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% YoY โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก มีรายได้ 880 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 66% ของรายได้รวม และเติบโตถึง 13.1% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง

อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 21.7% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% YoY แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปรับสัดส่วนสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง

สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ 8.8% จาก 9.8% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และบริษัทได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI รวมถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพกำไรโดยรวม

แผนธุรกิจและเป้าหมายระยะยาว TFM เดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความร่วมมือในประเทศบังกลาเทศเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการลงทุนในประเทศเอกวาดอร์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลก ควบคู่กับการผลักดันแนวทาง “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ” ภายใต้โครงการ Thai Union Synergy 2026 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าในตลาดพรีเมียม

 บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 เพิ่มขึ้น 8–10% จากปีก่อน โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว

"แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงโลว์ซีซันของอุตสาหกรรม ประกอบกับแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ และความสามารถในการบริหารต้นทุนในภาวะผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"


Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai