| Tactical Concerns.เราประเมินว่าตลาดจะลดความกังวลเกี่ยวกับสงครามดังกล่าวลงไป และให้ความสำคัญกับแนวโน้มการยุติสงครามเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ บจ. ในตลาดเพิ่มมากขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงของการรายงานผลประกอบการ 1Q’26 โดยดัชนีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง Nasdaq และ S&P500 ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยเราเชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการ Cover Short ปิดสถานะในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี VIX Index ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ความผันผวนและความกังวลของตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลงกลับมาทำจุดต่ำสุดใหม่ในภาพระยะสั้น สู่บริเวณ 18 จุด+/- ซึ่งเป็นระดับก่อนเกิดสงครามในช่วงต้นเดือน มี.ค. สอดคล้องกับเครื่องมือ Fear & Greed Index ที่ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 58 กลับสู่โซน Greed อีกครั้ง บ่งชี้ตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น (Risk-On) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการรายงานตัวเลข GDP 1Q’26 ของจีนออกมาที่ +5.0%YoY มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +4.8%YoY จากภาคการผลิตขยายตัวได้ดี แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัวอยู่ เรามองเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีน-ฮ่องกง ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศเรามองยังไม่มีปัจจัยใหม่โดดเด่น อย่างไรก็ตามเรายังแนะนำติดตามแนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาทิคนละครึ่ง+ ล่าสุดเตรียมเสนอ ครม. ภายในเดือน เม.ย. นี้ ตั้งเป้าแจกสิทธิมากกว่า 20 ล้านรายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น คาดเริ่มใช้จ่ายได้ใน พ.ค. นี้ และการผลักดันมาตรการ Thailand FastPass คาดจะหนุนตัวเลขการลงทุนทางตรง (FDI) ได้ต่อ ซึ่งอาจกระตุ้นความหวังเศรษฐกิจไทยจะผ่านพ้นจุดต่ำสุด (Bottom) ในช่วง 1H’26 และทยอยฟื้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งการเร่งออกมาตรการ TISA ซึ่งคาดจะช่วยกระตุ้นให้เกิดเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป อย่างไรก็ดีการติด Cash Balance ของ DELTA รวมทั้งคาดเสี่ยงกรณีโอกาสในการถูกถอนจากการคำนวณ SET50 Index หากมีการขยายเพิ่มระยะเวลา Cash Balance ออกไปทำให้เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากแรงขายของ DELTA ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมี Upside ที่จำกัดลง อีกทั้งการเข้าสู่ช่วง XD ของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ คาดจะกดดัน-จำกัด Upside ทิศทางตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน หุ้นแนะนำ“BYDCOM80” ในเชิงกลยุทธ์ เราชอบ BYD Co., Ltd. (1211:HK) จาก Catalyst ด้านเทคโนโลยี โดยการเปิดตัวแบตเตอรี่ Blade Gen-2 และระบบชาร์จไวพิเศษ (Flash Charging 1,500kW) ที่ชาร์จ 10%-70% ได้ใน 5 นาที ส่งผลให้ยอดจองในเดือน มี.ค.’ 26 ฟื้นตัวขึ้นโดดเด่น ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด (+145% ในปี’25) และแซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในยุโรปช่วงต้นปี’26 รวมถึงสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดในบราซิล, ออสเตรเลีย และอาเซียน ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการในช่วง 2H’26-2027 เมื่อแบตเตอรี่ Gen-2 เริ่มถูกใส่ในรถยนต์รุ่น Mass Market มากขึ้น รวมทั้งโรงงานในฮังการีเริ่มผลิต จะทำให้ Gross Margin และ Net Margin ของ BYD ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ “ถือ / ซื้อเล่นรอบ” แนวรับ 0.46 / 0.43 Target 0.55 / 0.70 Stop <0.41 หุ้นแนะนำทางเทคนิค Support Target Stop HUAHONG23 ซื้อสะสม 5.25 / 5.15 5.80 / 6.00 <5.10 ADVANT23 ย่อซื้อ / เก็งกาไร 3.80 / 3.70 4.20 / 4.50 <3.50 KEYENCE23 ถือ / ซื้อสะสม 2.26 / 2.18 2.44 / 3.00 <2.12 GOOG80 ถือ / ซื้อเล่นรอบ 5.25 / 5.10 5.60 / 5.80 <4.98 WHAUP ถือ / ซื้อสะสม 4.56 / 4.50 4.80 / 5.25 <4.44 นักกลยุทธ์ : ณรงค์เดช จันทรไพศาล, #066063 Email : narongdach.c@aira.co.th / 02-080-2839 ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ : วรภัทร เบญจาพุทธารักษ์ |