สหรัฐฯ เกินดุลงบประมาณเดือนเมษายนลดลง 17% เหลือ 215 พันล้านดอลลาร์ หลังรายได้ภาษีเิงนได้และนิติบุคคลชะลอตัวลง ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 112 พันล้านดอลลาร์ ตามภาระหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น รายงานดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านการคลังของสหรัฐฯ และเป็นสัญญาณสำคัญต่อผู้ลงทุนที่ติดตามตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มขาดดุลทั้งปีงบประมาณ
รายได้ภาษีสหรัฐฯ ลดลงเพราะอะไร
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รายได้รวมในเดือนเมษายนอยู่ที่ 837 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 2% จากปีก่อน โดยภาษีหักจากบุคคล ซึ่งรวมถึงภาษีประกันสังคมและภาษีการรักษาพยาบาล อยู่ที่ 288 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 6% ขณะที่ภาษีจากบริษัทอยู่ที่ 89 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 8% การอ่อนตัวของรายได้ภาษีสอดคล้องกับผลของกฎหมายลดภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามไว้
โฆษกของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า “รายได้ภาษีชะลอลงสะท้อนแรงกดดันต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลกลางในช่วงนี้” ซึ่งช่วยยืนยันว่าการชะลอตัวของรายรับไม่ได้เกิดจากรายการใดรายการหนึ่งเท่านั้น แต่ครอบคลุมทั้งภาษีบุคคลและภาษีบริษัท
ดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อขาดดุล
ในฝั่งรายจ่าย รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องจ่ายดอกเบี้ย 112 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ตามภาระหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันรายได้จากภาษีนำเข้าลดลงมาอยู่ที่ 22.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน และลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน
ภาพรวมดังกล่าวทำให้งบประมาณสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันทั้งด้านรายรับและรายจ่าย แม้งบเกินดุลเดือนเมษายนจะยังอยู่ในระดับบวก แต่แนวโน้มของการใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดการเงินประเมินภาระหนี้ของสหรัฐฯ อย่างระมัดระวังมากขึ้น
ขาดดุล 7 เดือนแรกยังลดลง แต่ทั้งปียังเสี่ยงขยายตัว
แม้งบเกินดุลเดือนเมษายนจะลดลง แต่เงินขาดดุลในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ ลดลงราว 9% จากปี 2025 มาอยู่ที่ 954 พันล้านดอลลาร์ จากที่มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ผู้ค้าหลักในหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดว่าเงินขาดดุลตลอดปีงบประมาณจะขยายตัว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับปีที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน และอาจเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2027
สำหรับนักลงทุน ประเด็นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับ ตลาดอัตราดอกเบี้ย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และ ความเสี่ยงด้านการคลัง หากขาดดุลยังขยายตัวต่อเนื่อง อาจกดดันให้ตลาดติดตามทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรและต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
- แนวโน้มรายได้ภาษีในเดือนถัดไป โดยเฉพาะภาษีบุคคล ภาษีบริษัท และภาษีนำเข้า
- ทิศทางค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับระดับหนี้สาธารณะ
- การประเมินขาดดุลทั้งปีงบประมาณที่อาจอยู่ที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์ หรือแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2027
Timeline เหตุการณ์ถัดไปคือ สิ้นปีงบประมาณในเดือนกันยายน ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญในการประเมินว่ารายรับและรายจ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งผลต่อแนวโน้มขาดดุลมากเพียงใด