คาดหุ้นกลุ่มน้ำเมาจ่อซบ หลังวิจัยชี้ เทรนด์ดื่มทั่วโลกลดลง

รูป คาดหุ้นกลุ่มน้ำเมาจ่อซบ หลังวิจัยชี้ เทรนด์ดื่มทั่วโลกลดลง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 14:31 น.


กระแสการดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกกำลังอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลชัดเจนต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มในตลาดทุนทั่วโลก ทั้งในด้านยอดขาย กำไร และมูลค่าบริษัท ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าอุตสาหกรรมที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของการสังสรรค์กำลังเผชิญแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กำลังซื้อที่อ่อนลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการขยายตัวของสินค้าปลอดแอลกอฮอล์ซึ่งกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคยุคใหม่

ข้อมูลการบริโภคลดลงต่อเนื่องทั่วโลก

ข้อมูลจาก IWSR บริษัทวิจัยข้อมูลและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ ระบุว่า ปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ทั่วโลกในช่วงปี 2019- 2025 ลดลงเฉลี่ยปีละ 2% เมื่อวัดจากจำนวนเสิร์ฟ และในปี 2025 ลดลงอีก 2.8% จากปีก่อนหน้า แนวโน้มนี้สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ชี้ว่าการบริโภคต่อหัวลดลงต่อเนื่องมานานกว่าทศวรรษ แม้ในช่วงโควิด-19 การดื่มที่บ้านจะช่วยหนุนความต้องการชั่วคราว แต่หลังจากสถานการณ์กลับสู่ปกติ ยอดบริโภคก็กลับมาอ่อนแรงอีกครั้ง

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าแรงหนุนจากวัฒนธรรมการสังสรรค์แบบเดิมเริ่มอ่อนตัวลง ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก และการใช้ชีวิตที่สมดุลมากขึ้น ทำให้ความถี่ในการดื่มและปริมาณการบริโภคโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบต่อหุ้นเครื่องดื่มและมูลค่าตลาด

สำหรับตลาดทุน แนวโน้มนี้ถือเป็นสัญญาณลบต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง เพราะรายได้เติบโตช้าลงในขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานและการแข่งขันไม่ได้ลดลงตามไปด้วย อุตสาหกรรมจึงเผชิญแรงกดดันทั้งต่อยอดขายและอัตรากำไร ส่งผลให้ตลาดเริ่มประเมินมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างเข้มงวดมากขึ้น

ตัวเลขจาก Bloomberg ชี้ว่า มูลค่าตลาดรวมของบริษัทเบียร์ ไวน์ และสุราขนาดใหญ่ลดลง 48% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2021 และหายไปราว 850,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าหุ้นในกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงเหมือนในอดีตอีกต่อไป นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงศักยภาพในการขยายรายได้ระยะยาว และความสามารถในการปกป้องมาร์จิ้นจากแรงกดดันหลายด้าน

ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค

นอกจากแนวโน้มสุขภาพแล้ว แรงกดดันต่อการดื่มยังมาจากกำลังซื้อที่อ่อนลงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคจำนวนมากระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับสินค้าที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน การใช้ยา GLP-1 สำหรับลดน้ำหนัก และการใช้กัญชาที่ถูกกฎหมายในบางประเทศ ก็เริ่มเป็นปัจจัยเสริมที่กระทบพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติม

เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน ภาพของอุตสาหกรรมจึงเปลี่ยนจากตลาดที่เคยมีความมั่นคงสูง ไปสู่ธุรกิจที่ต้องพิสูจน์การเติบโตอีกครั้ง บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มเร่งลดต้นทุน ปรับโครงสร้างองค์กร และหันไปลงทุนในสินค้าทางเลือกมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจหันหาสินค้าปลอดแอลกอฮอล์มากขึ้น

หนึ่งในแนวทางที่เห็นชัดคือการขยายพอร์ตไปยังสินค้าไม่มีแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มทางเลือก ซึ่งช่วยให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกเพื่อสุขภาพหรือดื่มในโอกาสเฉพาะมากขึ้น การปรับกลยุทธ์นี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากตลาดเดิมที่มีแนวโน้มชะลอตัวในระยะยาว

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทที่มีแบรนด์แข็งแรง มีช่องทางจำหน่ายกว้าง และสามารถสร้างสินค้าใหม่ได้เร็ว จะมีโอกาสรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า ขณะที่บริษัทที่พึ่งพาสินค้าพรีเมียมและการบริโภคในโอกาสสังสรรค์เป็นหลัก อาจเผชิญแรงกดดันมากกว่ากลุ่มอื่น

ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าควรประเมินความเสี่ยงของธุรกิจเครื่องดื่มจากเทรนด์ “ดื่มน้อยลง” อย่างจริงจัง ไม่ใช่ดูเพียงยอดขายระยะสั้น หุ้นที่อาจได้รับผลกระทบคือกลุ่มที่พึ่งพาการบริโภคในงานสังสรรค์และสินค้าราคาแพงเป็นหลัก ส่วนหุ้นที่อาจได้ประโยชน์คือบริษัทที่สามารถขยายไปสู่สินค้าทางเลือก มีนวัตกรรม และตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ดี

  • กลุ่มเสี่ยง: ธุรกิจที่พึ่งพาแอลกอฮอล์เป็นรายได้หลักและปรับตัวช้า
  • กลุ่มที่น่าจับตา: บริษัทที่มีสินค้าปลอดแอลกอฮอล์และแบรนด์แข็งแกร่ง
  • ปัจจัยติดตาม: กำลังซื้อ เงินเฟ้อ พฤติกรรมสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ

โดยสรุป กระแสดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกที่ลดลงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านพฤติกรรมผู้บริโภค แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั้งระบบ นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งสัญญาณยอดขาย กลยุทธ์ปรับพอร์ตสินค้า และความสามารถในการสร้างการเติบโตจากตลาดใหม่อย่างใกล้ชิด


Related Topics

Reported by

efin Reporter

efin Reporter