สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศ และปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน 28/04/69

รูป สรุปภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศ และปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุน 28/04/69

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 เม.ย. 69 8:44: น.

* ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันจันทร์ (27 เม.ย.) โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคปรับตัวขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อประเมินปัจจัยและเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ทั้งการรายงานผลประกอบการบริษัท ข้อมูลเศรษฐกิจ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังคงไม่แน่นอน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,168.04 จุด ลดลง 62.67 จุด (-0.13%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,173.93 จุด เพิ่มขึ้น 8.85 จุด (+0.12%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 24,887.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.50 จุด (+0.20%)

ดัชนีหลักทั้งสามแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจนหลังจากพุ่งทะยานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยดัชนี S&P 500 และแนสแดคยังคงเดินหน้าทำสถิติปิดตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง

โรเบิร์ต พาฟลิก ผู้จัดการพอร์ตจาก Dakota Wealth ให้ความเห็นว่า ตลาดกำลังพยายามรับมือกับการพุ่งขึ้นที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และย่อยข้อมูลการทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งล่าสุดของดัชนี รวมถึงประเมินว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหล่านั้นมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

นักลงทุนยังจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกเข้าสู่ช่วงสำคัญ โดยมีบริษัทรายใหญ่หลายแห่งที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงบริษัท 5 ใน 7 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Amazon, Alphabet, Meta Platforms, Apple และ Microsoft เพื่อประเมินว่าบริษัทเหล่านี้เริ่มได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากน้อยเพียงใด

นับจนถึงวันศุกร์ (24 เม.ย.) ระบุว่า มีบริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 139 แห่งที่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกแล้ว โดย 81% มีผลประกอบการดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าการเติบโตของกำไรโดยรวมของดัชนี S&P 500 จะอยู่ที่ 16.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 14.4% ที่ประเมินไว้เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ตามข้อมูลของ LSEG I/B/E/S โดยบริษัทที่จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้มีมูลค่าตามราคาตลาดรวมกันคิดเป็นประมาณ 44% ของดัชนี S&P 500

ความพยายามที่จะรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางของคณะผู้เจรจาไปยังปากีสถาน เพื่อรอเจรจาแบบพบหน้ากันในรอบถัดไป ขณะที่อิหร่านยังคงคุมเข้มการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของตนเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนเจรจาเพิ่มเติม

ตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 เม.ย. นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งมีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม โดยนักลงทุนยังรอดูแถลงการณ์และถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 พบว่ากลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด (+0.94%) ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานปิดลบมากที่สุด (-1.18%)

- หุ้น Verizon ปรับตัวขึ้น 1.5% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการใหม่ที่สูงกว่าคาด

- หุ้น Domino's Pizza ดิ่งลง 8.8% หลังเผยเผยยอดขายไตรมาสแรก

- หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 4.0% ส่งผลให้บริษัทกลับมามีมูลค่าตลาดมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ได้อีกครั้ง

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 15,590 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,280 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.1 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 336 ตัว และทำ จุดต่ำสุดใหม่ 47 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 1.14 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นบวก 2,189 ตัว และหุ้นลบ 2,499 ตัว

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 17 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 9 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 123 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 92 ตัว

ที่มา Reuters


* ตลาดหุ้นยุโรป

ดัชนี CAC-40 : ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดตลาดที่ระดับ 8,141.92 จุด ลดลง 15.90 จุด หรือ -0.19%
ดัชนี DAX : ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดตลาดที่ระดับ 24,083.53 จุด ลดลง 45.45 จุด หรือ -0.19%
ดัชนี FTSE : ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดตลาดที่ระดับ 10,321.09 จุด ลดลง 57.99 จุด หรือ -0.56%

* ตลาดหุ้นเอเชียล่าสุดเช้านี้

- ดัชนี นิกเกอิ: ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เวลา 8:37: น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 60,194.23 จุด ลดลง 343.13 จุด หรือ -0.57 % ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 60,531.78 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 60,537.36 จุด
- ดัชนี สเตรทไทม์: ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เวลา 8:38: น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 4,924.13 จุด เพิ่มขึ้น 31.40 จุด หรือ 0.64 % ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 4,899.75 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 4,892.73 จุด
- ดัชนี เวทเต็ด: ตลาดหุ้นไต้หวัน เวลา 8:38: น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 39,975.29 จุด เพิ่มขึ้น 358.66 จุด หรือ 0.91 % ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 39,531.93 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 39,616.63 จุด
- ดัชนี SHI: ตลาดหุ้นจีน เวลา 8:39: น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 4,079.78 จุด ลดลง 6.56 จุด หรือ -0.16 % ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 4,076.14 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 4,086.34 จุด
- ดัชนี ฮั่งเส็ง: ตลาดหุ้นฮ่องกง เวลา 8:40: น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 25,791.16 จุด ลดลง 134.49 จุด หรือ -0.52 % ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 25,814.37 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 25,925.65 จุด


* ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้

ญี่ปุ่น : ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ย
สหรัฐฯ : ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์
: ราคาบ้านเดือนก.พ.จาก S&P/Case-Shiller
: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จาก Conference Board


Reported by

Chutima Musikajaroen

Chutima Musikajaroen

International News Officer, efinanceThai