YLG ชี้ ปี 68 ปีทองการลงทุนทองคำ ทั้งปีปรับขึ้นกว่า 70% จาก 2,632 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำนิวไฮกว่า 50 ครั้ง แรงหนุนดอกเบี้ยขาลง ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทอง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ คาดปี 69 ราคาทองคำโลกมีโอกาสพุ่งสู่ 4,721–4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำในประเทศอาจแตะ 72,150 บาท แนะนักลงทุนจับตาจังหวะย่อตัวเพื่อเข้าลงทุน นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2568 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทองคำอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเทรนด์ทั้งปีที่ผ่านมาทองคำจะเป็นขาขึ้นแต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้ง หากพิจารณาจากข้อมูลพบว่าต้นปี 2568 ที่ผ่านมาราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 
ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีกหลายครั้ง โดยมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่สำคัญๆในช่วงปี 2568 ดังนี้ ม.ค. 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ เม.ย. 2568 ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศทะลุ 50,000 บาททำ บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำทำ New High ไปแล้ว 19 ครั้งในช่วง 4 เดือนแรก ต.ค. 2568 ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือไปอยู่ประมาณ 61,000 บาทต่อบาททองคำ ทำ New High สะสมรวมกว่า 40 ครั้งใน 10 เดือน ธ.ค. 2568 (ณ วันที่ 26 ธ.ค.) ราคาทองคำยังพุ่งแรงส่งท้ายปีไปแตะที่ 4,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นประมาณ 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำ New High สะสมรวมกว่า 50 ครั้งในปีเดียว มากกว่าปี 2567 ที่ทั้งปีทำ New High เกือบ 40 ครั้ง สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีแบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มาจากปัจจัยหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ประเด็นดอกเบี้ยขาลงที่มีความชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง 2. การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านความมั่นคงและรองรับ "De-dollarization" (การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์) 3. การโยกเงินจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง 4. การเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ จากปัจจัยทั้งหมดที่เป็นตัวผลักดันให้ทองคำทยานสู่เป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานี้ จะยังขับเคลื่อนให้ทองคำในปี 2569 พุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งปี โดยในปี 2569 YLG ให้ราคาเป้าหมายทองคำไว้ที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ดีแม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องแต่อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นคือ หากนักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะพบว่าทองคำมีจังหวะย่อตัวเพื่อให้นักลงทุนเข้าไปเก็บเสมอ ดังนั้นหากนักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนทองคำสามารถติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและลองเริ่มต้นจากการลงทุนขั้นต่ำที่ YLG มีบริการสำหรับการเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2 
|