คลัง-ธปท. ร่วมยกร่างเกณฑ์ใหม่ คุมทองคำไม่มีส่งมอบจริง สกัดเก็งกำไร–ลดผลกระทบเงินบาท พร้อมเล็งใช้ KYC เตรียมจำกัดลิมิตเทรดทองบนแอป-เล็งเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ-ภาษีนำเข้า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการควบคุมธุรกรรมการซื้อขายทองคำ ว่า ที่ผ่านมา ไม่ได้มีหน่วยงานที่เข้ามากำกับดูแล แต่หลังจากนี้ กระทรวงการคลังจะดำเนินการ คือ
 1.กำหนดให้มีการทำ KYC มาใช้กับการซื้อขายทองคำเพื่อให้ทราบข้อมูลว่าใครเป็นผู้ซื้อ นอกจากนี้ยังกำหนดว่าการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันยกร่างประกาศดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะมีประกาศใช้ต่อไป “อดีตการควบคุมทองคำเคยมีความเข้มงวด แต่ได้มีการยกเลิกเกณฑ์ต่าง ๆ ไปในช่วงปี พ.ศ. 2542 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมจิวเวอรี่ จึงได้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์ต่างๆออกไปค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบทเปลี่ยนไปและเกิดปัญหาขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นการออกหลักเกณฑ์ในบางเรื่อง เพื่อให้มีการควบคุมเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ”นายลวรณ กล่าว 2.กรมสรรพากร เตรียมกำหนดให้การซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องมีการจัดทำบัญชีพิเศษ แยกออกมาจากการซื้อขายสินค้าทั่วไป โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมว่ามีใครเข้ามาซื้อขายอย่างไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังกรมสรรพากรเพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องที่เกิดขึ้น หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น 3.ยกระดับการจัดเก็บภาษี โดย จะมีการพิจารณานำภาษีธุรกิจเฉพาะมาใช้ สำหรับกรณี ที่ไม่มีการส่งมอบทองจริง ไม่ว่าจะเป็นบนกระดาษ หรือ แพลตฟอร์ม ที่มีลักษณะการเก็งกำไร แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย พระราชกฤษฎีกา และต้องใช้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้นจึงต้องดูว่า ในกรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะดำเนินการได้แค่ไหน นอกจากนี้ อยู่ระหว่างให้กรมศุลกากร ไปพิจารณาถึงการเก็บภาษีนำเข้าทองคำ ว่ามีความเหมาะสมในการจัดเก็บว่าควรหรือไม่ และอัตราเท่าไหร่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ธปท.ได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินในส่วนของการรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำเรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้จะนำส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประกาศให้มีผลภายในปลายเดือนม.ค.นี้ สำหรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้น จะให้อำนาจ ธปท.เข้าไปตรวจสอบธุรกรรม การซื้อขาย รวมถึงกำหนดลิมิตสำหรับการซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชั่นด้วย ที่สูงเกินจริง โดยเบื้องต้น อาจกำหนดลิมิตที่ สำหรับบุคคลธรรมดาที่ซื้อขายเกิน 100-200 ล้านบาทอาจจะต้องขออนุญาต เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท “ประกาศที่ออกก่อนหน้านี้แล้ว คือ ตรวจเอกสารสำหรับบุคลที่จะนำเงินเข้าประเทศเกิน 200,000 ดอลลาร์ที่ต้องแจ้งแหล่งที่มา ร้านแลกเงินที่ห้ามแลกเกิน 800,000 บาทต่อรายต่อวัน และ อีวอลเล็ตที่มีการรควบคุมการใช้ต่อวัน ซึ่งเร็วๆนี้จะมีออกมาตรฐานกลางออกมาว่าจะกำหนดลิมิตที่เท่าไหร่ ที่จะเป็นมาตรฐานกลาง”นายวิทัย กล่าว

|