
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกการลงทุนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำซึ่งได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน กำลังถูกนำมาเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดใหม่ของระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง การเปรียบเทียบระหว่างสองสินทรัพย์นี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของผลตอบแทน แต่สะท้อนถึงมุมมองต่ออนาคตของระบบเศรษฐกิจโลก
หนึ่งในวิธีการลงทุนที่ถูกนำมาใช้กับทั้งบิตคอยน์และทองคำอย่างแพร่หลาย คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา และส่งเสริมวินัยการลงทุนในระยะยาว

หากการลงทุนคือสังเวียน บิตคอยน์และทองคำคือสองนักชกระดับตำนานที่ยืนประจันหน้ากันคนละมุม เวทีนี้ไม่ใช่การชกแบบน็อกเอาต์ในยกเดียว แต่เป็นการชกยาวแบบวัดกำลัง วัดวินัย และวัดความอึดของนักลงทุนที่เลือกยืนข้างใคร หรือเลือกถือทั้งสองฝ่ายพร้อมกันผ่านกลยุทธ์ DCA
การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันที่หมัดเดียวแรงกว่า แต่เป็นเรื่องของการออกหมัดอย่างสม่ำเสมอ และยืนระยะให้ได้นานที่สุด
บิตคอยน์ในปัจจุบันยังคงครองตำแหน่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุด โดยราคาซื้อขายอ้างอิงจาก CoinMarketCap และตลาดในประเทศอย่าง Bitkub Exchange สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตระยะยาวควบคู่ไปกับความผันผวนที่รุนแรง ซึ่งบิตคอยน์มักถูกเปรียบเทียบกับทองคำในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” เนื่องจากมีจำนวนจำกัดและไร้การแทรกแซงจากนโยบายรัฐ แม้ราคาอาจปรับตัวขึ้นลงอย่างหนักในระยะสั้น แต่ในระยะยาวที่ผ่านมาบิตคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิมหลายประเภท ความผันผวนนี้เองที่ทำให้การลงทุนแบบ DCA มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดแรงกระแทกจากการเข้าซื้อผิดจังหวะ

อ้างอิงจาก https://www.bitkub.com/th/market/btc วันที่ 30 ม.ค. 69
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ราคาทองคำทั้งในตลาดโลกและตลาดไทยยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง สะท้อนบทบาทการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้เพื่อรักษามูลค่าเงินและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่เรามีนวัตกรรมอย่าง Tether Gold (XAUT) สินทรัพย์ดิจิทัลที่หนุนหลังด้วยทองคำจริง ทำให้การถือครองทองคำทำได้ง่ายและคล่องตัวขึ้นบนระบบบล็อกเชน โดยทองคำมีลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาที่มั่นคงและไม่หวือหวาเท่าสินทรัพย์ดิจิทัล จึงช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุน และยังคงได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางจิตวิทยาและรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน

อ้างอิงจาก https://goldprice.org/spot-gold.html วันที่ 30 ม.ค. 69
จากตารางการเปรียบเทียบระหว่างการ DCA ใน Bitcoin (BTC) และ ทองคำ (Gold) ในช่วงเวลาเดียวกัน (ก.ย. 2023 – ธ.ค. 2025) ด้วยเงินลงทุนเดือนละ $1,000 เท่ากัน รวมเงินต้น $28,000 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของพฤติกรรมสินทรัพย์ทั้งสองอย่างชัดเจน ดังนี้

DCA (Dollar-Cost Averaging) คือ กลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยการตั้งเป้าหมายลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงเวลา (เช่น รายสัปดาห์ หรือรายเดือน) โดยไม่สนใจว่าราคาในขณะนั้นจะเป็นเท่าใด
จุดเด่น: ช่วยลดอารมณ์ในการตัดสินใจ แก้ปัญหาการ “ติดดอย” จากการทุ่มเงินก้อนเดียวในจังหวะที่ราคาสูงเกินไป และสร้างวินัยการออมอย่างเป็นระบบ
ข้อควรระวัง: แม้จะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความผันผวนและสร้างวินัยได้ดี แต่ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ต้องพิจารณาสำหรับทั้งบิตคอยน์และทองคำ ดังนี้
การเปรียบเทียบระหว่างบิตคอยน์และทองคำไม่ใช่การแข่งขันที่มีผู้ชนะอย่างชัดเจนในระยะสั้น ทั้งสองสินทรัพย์มีบทบาทและจุดแข็งที่แตกต่างกัน บิตคอยน์สะท้อนอนาคตของระบบการเงินดิจิทัล ขณะที่ทองคำยังคงเป็นรากฐานของความมั่นคงทางการเงินระดับโลก
บนสังเวียนการลงทุนแบบ DCA เกมนี้ยังไม่มีใครแพ้ ผลลัพธ์ที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวินัย ระยะเวลา และการจัดพอร์ตที่เหมาะสมกับเป้าหมายของนักลงทุนมากกว่า และในท้ายที่สุด ผู้ที่อยู่ในเกมได้นานที่สุด ย่อมเป็นผู้ที่มีโอกาสชนะมากที่สุดเช่นกัน
อ้างอิงจาก:
– Bitkub Blog “Tether Gold XAUT โทเคนที่มีทองคำจริงหนุนหลัง”
– Bitkub Blog “DCA คืออะไร? มารู้จักการลงทุนคริปโทฯ แบบถัวเฉลี่ยกันดีกว่า”
ข้อมูลและบทความโดย Bitkub.com
คำเตือน:
– คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
– ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
– ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื้อหาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาโดยใช้ข้อมูลในอดีตและเครื่องมือวิเคราะห์ อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย