เปิดลิสต์! 4 ต้นตอสำคัญ สู่ภัยไซเบอร์บนโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ที่หลายคนอาจมองข้าม

รูป เปิดลิสต์! 4 ต้นตอสำคัญ สู่ภัยไซเบอร์บนโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ที่หลายคนอาจมองข้าม

efinAI


ในยุคที่การทำธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องปกติของคนนับล้าน แพลตฟอร์มซื้อขายต่าง ๆ ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการใช้งานที่ไหลลื่นและเชื่อมั่น ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับเรื่อง “ทรัพย์สินสูญหาย” แม้จะมั่นใจว่าตนเองเปิดระบบป้องกันไว้ครบถ้วนแล้วก็ตาม ข้อมูลที่น่าสนใจในสังคมออนไลน์ พบว่าหลายกรณี “ระบบไม่ได้ถูกเจาะจากแพลตฟอร์ม แต่ดูเหมือนว่าสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้งานถูกยึดครองจากภายนอก” 

บทความนี้จึงอยากนำเสนอในด้านข้อเท็จจริงที่ได้จากการสำรวจในสื่อออนไลน์ เพื่อสะท้อนภาพรวมของภัยไซเบอร์ในปัจจุบัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้ความสูญเสียลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และให้ทุกคนเท่าทันภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน

เรามาลองสำรวจความเข้าใจผ่าน 4 ต้นตอสำคัญ (Root Causes) ที่นำสู่ภัยไซเบอร์บนโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ที่หลายคนอาจมองข้าม

 

1. ภัยจากอุปกรณ์ส่วนตัวของคุณ ที่ “ไม่ส่วนตัว” อีกต่อไป (Device & Malware Compromised)

หลายคนเชื่อว่าการเทรดผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่หากอุปกรณ์นั้นถูกแฝงด้วยมัลแวร์ หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยให้บุคคลอื่นสามารถ “มองเห็นหน้าจอ” และ “ควบคุม” อุปกรณ์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้จากระยะไกล ระบบป้องกันทุกอย่างที่มีการออกแบบเอาไว้จะไร้ผลทันที

รูปแบบที่พบ 


การถูกชักชวนหรือหว่านล้อมให้ดาวน์โหลดแอปปลอมนอก App Store หรือ Google Play ที่อ้างว่าช่วยปรับปรุงเครื่องมือหรือช่วยเรื่องการเทรด แต่อันที่จริงนั้นแฝงฟีเจอร์ “Remote Desktop” หรือ “Screen Mirroring” ทำให้คนร้ายควบคุมเครื่องหรือส่องรหัส OTP ของเราได้อย่างไม่รู้ตัว

ข้อแนะนำ

  • ตรวจสอบแอปแปลกปลอม หมั่นเช็กแอปที่เราไม่ได้เป็นคนติดตั้ง เช็กการเข้าถึงด้วยเมนู “Accessibility” การตั้งค่าเครื่อง ว่ามีแอปตัวไหนได้รับสิทธิควบคุมระบบโดยไม่จำเป็นหรือไม่
  • หมั่นล้างเบราว์เซอร์ ลบ Cache และ Cookies สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการถูกขโมย Session Token
  • การกำหนดอุปกรณ์เพื่อการทำธุรกรรมโดยเฉพาะ กล่าวคือ ให้ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องเฉพาะสำหรับการเทรดเท่านั้น โดยไม่ใช้ร่วมกับการใช้งานโซเชียลหรือโหลดแอปทั่วไป

2. ภัยจากอีเมลเดียวที่คุณใช้แบบครอบจักรวาล (Email & Account Takeover) 

อีเมลคือหัวใจหลักของบัญชีแพลตฟอร์มที่คุณใช้บริการ แต่ก็เหมือน “ประตูบานแรกที่ถูกลืม” หากอีเมลถูกยึดครองไป (Email Compromised) บัญชีผู้ใช้ของแพลตฟอร์มต่างๆ ระบบความปลอดภัย และการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องด้วยอีเมลนี้ ก็จะถูกเข้าถึ ยึดและเสียหายได้ตามไปด้วย

รูปแบบที่พบ

คนร้ายเข้าระบบบัญชีอีเมล และเข้าอีเมลไปตั้งค่าให้เมลแจ้งเตือนจากแพลตฟอร์มถูกลบทิ้งหรือย้ายไปถังขยะโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการแจ้งเตือน และ ไม่รู้ตัวขณะถูกโอนเงินออก

ข้อแนะนำ

  • แยกอีเมลธุรกรรม ใช้อีเมลที่สมัครไว้เพื่อเทรดโดยเฉพาะและไม่เปิดเผยอีเมลนี้ในที่สาธารณะ
  • ความปลอดภัยของอีเมลต้องสูงสุด เปิดใช้งาน 2FA แบบใช้แอป (เช่น Google Authenticator หรือ Passkey) ให้กับบัญชีอีเมลด้วย ไม่ใช่แค่บัญชีเทรดอย่างเดียว
  • เช็กการตั้งค่าส่งต่อเมล เข้าไปตรวจสอบในเมนู “Forwarding and POP/IMAP” และ “Filters and Blocked Addresses” ว่ามีการตั้งค่าส่งต่อเมลของคุณไปยังอีเมลคนอื่นหรือไม่

 

3. ภัยการหลอกล่ออย่างแนบเนียน (Phishing & Scam) 

ไม่ใช่เรื่องของการเดารหัสผ่าน แต่คือการ “หลอกให้คุณยื่นรหัสให้เอง” เพราะ Phishing (ฟิชชิ่ง) เป็นเทคนิคการหลอกลวงที่มิจฉาชีพสร้าง “ข้อความหรือหน้าเว็บไซต์ปลอม” ที่ดูเหมือนของจริงมาก ๆ เพื่อหลอกให้เรากรอกข้อมูลสำคัญด้วยตัวเอง

รูปแบบที่พบ

หน้าเว็บปลอมที่ทำเลียนแบบแพลตฟอร์มได้แนบเนียน 100% เช่น Bitkub Desktop หรือการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อหลอกถามข้อมูลส่วนตัวผ่านแชตและอีเมล

ข้อแนะนำ

  • เช็กให้ชัวร์ว่าเข้าเว็บจริง อย่าเข้าเว็บผ่านการค้นหาใน Search Engine หรือคลิกลิงก์จาก SMS/อีเมล ให้พิมพ์ URL เองหรือใช้ Bookmark ที่บันทึกไว้เท่านั้น
  • สังเกตความผิดปกติ แพลตฟอร์มมาตรฐานจะ “ไม่มีนโยบาย” ทักไปขอรหัสผ่าน, OTP หรือขอให้โอนสินทรัพย์เพื่อการตรวจสอบเด็ดขาด
  • ตรวจสอบเว็บหรือแอปให้มั่นใจก่อนทำธุรกรรม ผ่านแพลตฟอร์มทางการ อย่างเช่น 
    • การใช้ “แอป Cyber Check” ที่พัฒนาโดยตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) สามารถช่วยเช็กเว็บ Phishing และลิงก์อันตรายได้ โดยฐานข้อมูลมาจากคดีจริงที่มีผู้เสียหายแจ้งความเข้าระบบ thaipoliceonline.go.th
    • หากเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถใช้ “แอป SEC Check First” ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ช่วยเช็กและป้องกันภัยไซเบอร์ในกลุ่ม Phishing และ Scam ได้อย่างแม่นยำ

4. ภัยจากความเข้าใจผิดในระบบป้องกัน (Misunderstanding Security)

จุดที่อันตรายที่สุดคือการที่ผู้ใช้งาน “เชื่อว่าปลอดภัยแล้ว” จนละเลยการเฝ้าระวัง หลายคนเชื่อว่าการตั้งค่า Face ID หรือ Touch ID ในแอปพลิเคชันสินทรัพย์ดิจิทัลคือความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่ไม่มีใครปลอมแปลงได้ แต่ในความเป็นจริง “Biometrics ปกป้องแค่ตัวเครื่อง แต่ไม่ได้ปกป้องบัญชีจากโลกไซเบอร์”

รูปแบบที่พบ


มิจฉาชีพไม่ได้พยายามปลอมใบหน้าของคุณ แต่พยายาม “ข้าม” (Bypass) ขั้นตอนนี้ผ่านวิธีอื่น เช่น หากเครื่องของคุณถูกรีโมท (Remote App) หรือถูกควบคุมด้วยมัลแวร์ มิจฉาชีพอาจหลอกให้ระบบเปลี่ยนไปใช้การยืนยันด้วย “รหัสผ่านสำรอง” (Passcode) แทน ซึ่งรหัสเหล่านี้มักถูกดักจับไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ในบางกรณี หากมิจฉาชีพสามารถหลอกล่อให้คุณเพิ่ม “ใบหน้า” หรือ “ลายนิ้วมือ” ของบุคคลอื่นลงในตัวเครื่อง (Device Level) แอปพลิเคชันส่วนใหญ่จะยอมรับการสแกนนั้นว่าเป็นเจ้าของเครื่องทันที อีกทั้ง ข้อมูลใบหน้าที่หาได้ง่ายบนโลกโซเชียลมิเดียในปัจจุบัน อาจถูกนำไปสร้างภาพหรือวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อใช้ในการหลอกลวง หรือใช้สวมรอยด้วย “ใบหน้าปลอม” (Deepfake) ในการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของคุณ

ข้อแนะนำ

  • Biometrics เป็นเพียงความสะดวกในการล็อกอิน แต่สำหรับการทำธุรกรรมสำคัญ (เช่น การถอนเงิน) ควรตั้งค่าให้ต้องใส่รหัส 2FA จากแอปแยก (เช่น Google Authenticator) ซ้ำอีกชั้นเสมอ
  • ระวังรหัสปลดล็อกเครื่อง (Passcode) รหัส 4-6 หลักที่ใช้ปลดล็อกหน้าจอสำคัญพอ ๆ กับรหัสผ่านบัญชี หากใครรู้รหัสนี้ เขาสามารถเข้าไปรีเซ็ตหรือเพิ่ม Biometrics ของตัวเองในเครื่องคุณได้
  • ปิดการเข้าถึงที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบสม่ำเสมอว่าไม่มีการลงทะเบียนใบหน้าหรือลายนิ้วมือแปลกปลอมในเมนู Setting ของมือถือ
  • ควรระมัดระวังการส่งรูปใบหน้าหรือวิดีโอเซลฟี่ให้บุคคลที่ไม่รู้จัก ถึงแม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการยืนยันตัวตนก็ตาม
  • ไม่ใช้มือถือที่ทำการ Root/Jailbreak เพื่อรักษาเกราะป้องกันของระบบ (System Integrity) โดยไม่ทลายกำแพงความปลอดภัยที่ผู้ผลิต (Apple/Google) สร้างไว้ ซึ่งทำให้มัลแวร์สามารถเข้าถึงระบบ/ ไฟล์ ในชั้นลึก
  • เลี่ยงการดาวโหลดแอปพลิเคชันอันตราย (Untrusted Apps) จากการติดตั้งแอปจากนอก Store (.apk หรือ .ipa) ซึ่งอาจแฝงสปายแวร์ที่คอยแอบถ่ายภาพหน้าจอหรือเข้าถึงอัลบั้มรูปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

บทสรุป

ในขณะที่ระบบของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในทุกวัน เพื่อยกระดับการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น แต่ในโลกไซเบอร์ที่ไร้พรมแดน “เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด ก็ไม่อาจแทนที่ความช่างสังเกตและความละเอียดรอบคอบของมนุษย์ได้”

การเรียนรู้และเท่าทัน 4 ต้นตอสำคัญ (Root Causes) ของภัยไซเบอร์ จึงไม่ใช่การผลักภาระความรับผิดชอบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการ “ติดอาวุธทางปัญญา” ให้แก่นักลงทุนทุกคน เพื่อให้คุณสามารถรักษาทรัพย์สินให้ปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน ผ่านแนวทางปฏิบัติง่าย ๆ ที่เริ่มได้ทันที เช่น การหมั่นตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ การไม่ประมาทต่อลิงก์ที่ไม่รู้ที่มาหรือแอปพลิเคชันแปลกปลอม และการแยกบัญชีสำคัญออกจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยง

เพราะในโลกดิจิทัล “เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง” และ “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” 

บทความโดย : Bitkub.com

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สหรัฐ ฉัตราพงษ์

สหรัฐ ฉัตราพงษ์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย