
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกทางการเงินที่สำคัญของผู้คนในหลากหลายอาชีพ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนักลงทุนมืออาชีพอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวัน ทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก
การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการเข้าถึงแพลตฟอร์มการลงทุนที่ง่ายขึ้น ทำให้คนทำงานทั่วไปเริ่มมองคริปโตในฐานะ “เครื่องมือบริหารการเงิน” ไม่ว่าจะเพื่อการออม การลงทุน หรือการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตระยะยาว
ข้อมูลจาก บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ระบุว่า ตลอดปี 2568
โครงสร้างกลุ่มผู้เทรดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีความหลากหลายอย่างชัดเจน เมื่อจำแนกตามอาชีพ สามารถสรุปได้ดังนี้

ข้อมูลจาก Bitkub Online, www.bitkub.com, เมื่อ 8 ธ.ค. 68
อันดับ 1 พนักงานบริษัท / ผู้มีรายได้ประจำ
เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 51.92%
ของผู้ใช้งานที่มีบัญชี Bitkub ในปี 2568 สะท้อนว่าคนทำงานประจำจำนวนมากมองคริปโตเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดพอร์ตการเงินและการออมควบคู่ไปกับรายได้หลัก
อันดับ 2 ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ
อยู่ในอันดับรองลงมาที่ 29.94%
กลุ่มนี้มักมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและมีความยืดหยุ่นด้านรายได้ จึงเลือกใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นอีกทางเลือกในการบริหารเงินและกระจายความเสี่ยง
อันดับ 3 วัยเกษียณ / แม่บ้าน / ผู้ไม่ได้ทำงานประจำ
มีสัดส่วนประมาณ 5.91%
แสดงให้เห็นว่าคริปโตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มวัยทำงานเท่านั้น แต่เริ่มขยายไปสู่ประชากรนอกตลาดแรงงานหลัก
อันดับ 4 เจ้าของธุรกิจ และ นักศึกษา
มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 4.94%
และ 4.37%
ตามลำดับ สะท้อนถึงการเข้ามาของผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเรียนรู้และใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่อายุยังน้อย
อันดับ 5 นักเทรดมืออาชีพ
แม้จะเป็นกลุ่มที่นิยามตัวเองว่าเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว แต่กลับมีสัดส่วนเพียง 2.64%
ของผู้ใช้งานทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าตลาดคริปโตในไทยขับเคลื่อนโดย “ผู้ใช้งานจริงจากหลากหลายอาชีพ” มากกว่ากลุ่มนักลงทุนเฉพาะทาง
ข้อมูลจากรายงาน Crypto User Demographics Statistics 2025 โดย SQ Magazine
ชี้ให้เห็นภาพรวมโครงสร้างผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในระดับโลก ซึ่งมีแนวโน้มสอดคล้องกับประเทศไทยในหลายมิติ โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
อันดับ 1 กลุ่มงานด้านเทคโนโลยี
เป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ใช้คริปโตมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 24%
ของผู้ใช้ทั่วโลก โดยเฉพาะแรงงานสายดิจิทัลที่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่
อันดับ 2 ฟรีแลนซ์ และ Gig Workers
มีสัดส่วนประมาณ 21%
สะท้อนบทบาทของแรงงานยุคใหม่ที่นำคริปโตมาใช้ทั้งในด้านการออม การชำระเงิน และการลงทุน
อันดับ 3 กลุ่มอาชีพด้านการเงินและธนาคาร
อยู่ที่ประมาณ 11%
ซึ่งน่าสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ทำงานอยู่ในระบบการเงินแบบดั้งเดิมโดยตรง
คริปโตเคอร์เรนซีกำลังเปลี่ยนบทบาทจากสินทรัพย์เฉพาะกลุ่ม ไปสู่เครื่องมือทางการเงินที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ข้อมูลสะท้อนชัดว่าผู้ใช้งานคริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่นักลงทุนมืออาชีพ แต่เป็นคนทำงานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ
ในขณะเดียวกัน แรงงานยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านเทคโนโลยีและงานดิจิทัล ได้กลายเป็นกำลังหลักของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จากความคุ้นเคยกับนวัตกรรมและระบบการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มข้อมูลทั้งในไทยและต่างประเทศ
โครงสร้างผู้ใช้งานคริปโตที่หลากหลายมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าคริปโตไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือกการลงทุน” แต่อาจกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินที่เข้าถึงได้สำหรับคนทำงานทุกกลุ่มอาชีพในอนาคต
ที่มา: Bitkub Blog, SQ Magazine, Coinlaw
บทความโดย : Bitkub.com
คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย