
ยังมั่นใจอยู่! Bernstein ย้ำมุมมองบวกต่อ Bitcoin ระยะยาว แม้ราคาจะร่วงหนัก มองว่ารอบนี้เป็น “วิกฤตศรัทธา” มากกว่าปัญหาพื้นฐาน พร้อมคงเป้าราคา 150,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2026
Bernstein บริษัทวิจัยและโบรกเกอร์ชื่อดัง นำโดยนักวิเคราะห์ Gautam Chhugani ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin ระยะยาว แม้ราคาจะปรับฐานแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยชี้ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือขาลงที่อ่อนแรงที่สุดเท่าที่ Bitcoin เคยเผชิญมา”
โดย Chhugani เสริมอีกว่า การปรับตัวลงครั้งล่าสุดไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานล้มเหลวของระบบ แต่อยู่ที่ “วิกฤตศรัทธา” ของนักลงทุนมากกว่า
ทั้งนี้ Bernstein ระบุว่า ตลาดหมีรอบนี้ ต่างจากตลาดหมีในอดีต เนื่องจากรอบนี้ไม่มีเหตุการณ์ล้มครืนของโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ไม่มีเลเวอเรจที่มากเกินไป ไม่มีระบบการเงินพังพินาศ ตรงกันข้าม ตอนนี้คือช่วงที่ “ทุกอย่างกำลังเข้าที่”
จากการที่ มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สนับสนุน Bitcoin, มีการอนุมัติ ETF, บริษัทใหญ่เริ่มถือ BTC ในงบดุล, กองทุนสถาบันยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Bernstein ยังมองว่าเป้าราคา Bitcoin ที่ 150,000 ดอลลาร์ ภายในปีนี้ ยังเป็นไปได้
“เมื่อทุกดวงดาวเรียงตัวกันอย่างลงตัว ชุมชน Bitcoin กลับสร้าง ‘วิกฤตศรัทธา’ ขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรล่มสลาย ไม่มีความลับดำมืดให้ต้องเปิดเผย แต่สื่อกลับมาเขียนบทอวสานให้กับมันอีกครั้ง” Bernstein กล่าว
ในด้านข้อกังวลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น Bitcoin แย่กว่าทองคำ หรือกระแส AI ที่มาแรง รวมถึงความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ Bernstein ได้ตอบโต้ข้อกังวลต่าง ๆ ดังนี้
Chhugani ระบุว่า แม้ราคาทองคำจะพุ่งในช่วงตลาดผันผวน แต่ Bitcoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องมากกว่า สวนทางกับทองคำและหุ้น AI ที่ได้อานิสงส์จากภาวะดอกเบี้ยสูง
ด้านกระแส AI ที่มาแรง Bernstein มองว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนยังมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในโลกยุคใหม่ที่ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ (AI agents) ต้องการระบบการเงินแบบเปิดที่เครื่องสามารถอ่านและโต้ตอบได้ ซึ่งธนาคารแบบดั้งเดิมยังตอบโจทย์นี้ได้ไม่ดีพอ
สำหรับความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ Bernstein ยืนยันว่า ปัญหาจะไม่ได้เกิดแค่กับ Bitcoin เท่านั้น เพราะระบบดิจิทัลทั้งหมดต้องเผชิญความท้าทายเดียวกัน และมีแนวโน้มจะเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยแบบใหม่พร้อมกันในอนาคต
ในกรณีของบริษัทที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมาก Bernstein มองว่า โดยรวมมีโครงสร้างหนี้ที่แข็งแรงพอจะรับแรงกดดันได้ ขณะที่กลุ่มนักขุดก็เริ่มกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่น เช่น ศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งช่วยลดความเปราะบางจากต้นทุนการขุดที่เพิ่มขึ้นได้แล้ว
กล่าวโดยสรุปคือ Bernstein มั่นใจว่า การปรับฐานครั้งนี้ ไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่เป็นจังหวะพักฐานที่ “ไม่มีปัจจัยลบแบบรุนแรง” เหมือนในอดีต และหากมองระยะยาว ยังเชื่อมั่นว่า Bitcoin จะสามารถทำราคาสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง
ที่มา : theblock

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย