
Binance กำลังพิจารณาปรับโครงสร้างบริษัท หวังปูทางกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยหนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกมาหารือคือ การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ Changpeng “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ซึ่งปัจจุบันยังถือหุ้นใหญ่
ตามรายงานของ Bloomberg แหล่งข่าวระบุว่า สัดส่วนการถือหุ้นของ CZ เป็นหนึ่งใน “อุปสรรคหลัก” ที่ทำให้ Binance ไม่สามารถขยายธุรกิจเข้ามาในบางรัฐของสหรัฐฯ ได้ แม้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่การเจรจากำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้ Binance ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความร่วมมือกับบริษัทในอเมริกา เช่น BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการสินทรัพย์ และ World Liberty Financial (WLFI) แพลตฟอร์ม DeFi ที่มีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ ด้วย
หลังจาก ทรัมป์อภัยโทษให้กับ CZ ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีข่าวลือหนาหูว่า Binance อาจวางแผนกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ อีกครั้ง โดย CZ เคยโพสต์บน X ว่า “เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางของคริปโท และผลักดัน Web3 ไปทั่วโลก”
ฝ่ายตรงข้ามบางส่วน โดยเฉพาะจากพรรคเดโมแครต เช่น วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren และ ส.ส. Maxine Waters ออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า การอภัยโทษให้ CZ นั้นเป็น “ผลประโยชน์ทางการเมือง” และอาจเป็นอุปสรรคต่อการที่ Binance จะกลับเข้ามาทำธุรกิจในสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ Binance เคยให้บริการในสหรัฐฯ มาก่อนในปี 2019 แต่ต่อมาได้แยกออกมาตั้ง Binance.US ภายใต้ BAM Trading Services เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบในประเทศ
อย่างไรก็ตาม Binance.US เป็นแพลตฟอร์มที่แยกขาดจาก Binance.com และไม่มีฟีเจอร์อนุพันธ์หรือการเข้าถึงสภาพคล่องจากตลาดโลก
หนึ่งในเหตุผลที่ Binance ต้องการที่จะกลับมาทำตลาดในสหรัฐฯ คาดว่ามาจากการที่สหรัฐฯ เป็นตลาดที่มี สภาพคล่องสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และตามดัชนี Global Crypto Adoption Index ปี 2025 จาก Chainalysis พบว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีการใช้งานคริปโทสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
ที่มา : cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย