
บิตคอยน์หลุด 80,000 ดอลลาร์ หลังตัวเลข PPI เดือนเมษายนพุ่งเกินคาด จุดกระแสกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและสถานการณ์อิหร่านที่ยังตึงเครียด และการเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดของ “เควิน วอร์ช”
ตลาดคริปโทฯ และสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขายอีกระลอก หลังสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเมษายนพุ่งแตะ 6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังไม่คลี่คลาย และธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงไว้นานกว่าที่ตลาดหวัง
แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ขณะที่หุ้นกลุ่มคริปโทฯ ปรับตัวลงทั่วกระดาน ทั้ง Coinbase, Robinhood, Bullish และ Gemini หลังนักลงทุนตอบสนองต่อปริมาณการซื้อขายที่ชะลอตัว รวมถึงผลประกอบการไตรมาสแรกที่อ่อนแอกว่าคาดจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม eToro กลับสวนทางตลาด พุ่งกว่า 9% หลังบริษัทออกมายืนยันว่าจะเดินหน้าลงทุนในธุรกิจคริปโทฯ ต่อไป แม้กิจกรรมการซื้อขายในไตรมาสแรกจะชะลอตัวก็ตาม โดยบริษัทมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว
ฝั่งหุ้นเหมืองบิตคอยน์เคลื่อนไหวคละกัน โดย Core Scientific และ Cipher Mining ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% สวนทางภาพรวมตลาด
ขณะที่ในฝั่งการเมืองสหรัฐฯ วุฒิสภาได้ลงมติรับรอง Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 ท่ามกลางแรงกดดันจากทำเนียบขาวที่ต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมหารือการแก้ไขร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ หรือ Clarity Act ในสัปดาห์นี้ แม้หลายฝ่ายมองว่าข้อเสนอแก้ไขจำนวนมากอาจไม่ถูกบรรจุในร่างสุดท้าย แต่ตัวร่างกฎหมายยังคงมีแนวโน้มเดินหน้าผ่านขั้นกรรมาธิการต่อไป
ที่มา : coindesk.com

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย