
สภาพตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในเช้าวันนี้ยังคงเดือดจัด เทรดเดอร์ทั่วโลกเผชิญแรงเทขายและการล้างพอร์ตอย่างต่อเนื่อง หลังราคาบิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 16% ภายใน 24 ชั่วโมง จนเกือบหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ในช่วง 7 โมงเช้าวันนี้
***หนีตายจ้าละหวั่น! ดัชนี “Extreme Fear” ดิ่งสู่เลขหลักเดียว
บรรยากาศตลาดถูกปกคลุมด้วยความผวา ดัชนี Crypto Fear & Greed ปรับตัวลงแรงเข้าสู่โซน “Extreme Fear” ที่ระดับ 9 จากเมื่อวานซึ่งอยู่ที่ 12 สะท้อนความตื่นตระหนกของนักลงทุนอย่างชัดเจน
เสียงจากชุมชนคริปโทฯ เริ่มสะท้อนความเหนื่อยล้า หลายคนตั้งคำถามกับความเชื่อมั่นในตลาด มองว่าทุกการย่อตัวหนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จังหวะเด้งกลับดูสั้นและไม่ยั่งยืน ทำให้บรรยากาศการลงทุนยังอยู่ในโหมดระวังความเสี่ยงสูง
ขณะที่ Michael Saylor เจ้าพ่อบิตคอยน์ และประธานกรรมการของ Strategy บริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลกเมื่อเทียบในกลุ่มบริษัทตลาดหุ้น ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้น ๆ บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวานนี้ว่า “HODL”
ข้อความสั้นเพียงคำเดียวนี้ ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณกลาย ๆ ถึงผู้ติดตามกว่า 4.8 ล้านราย ให้ “ถือต่อไป” ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนและแรงขายที่กดดันราคาบิตคอยน์อย่างหนักในช่วงนี้
โดยแรงขายเริ่มปะทุตั้งแต่ช่วงราวสองทุ่มเมื่อคืน หลังบิตคอยน์หลุดโซน 70,000 ดอลลาร์ ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องแบบแรงและเร็วเกินคาด แม้หลายสำนักจะประเมินแนวรับต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ไว้ล่วงหน้า แต่การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดเตรียมรับมือ
ผลจากความผันผวนดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงถึง 572 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นฝั่ง Long และเมื่อรวมตลอด 24 ชั่วโมง พบว่ามีการล้างพอร์ตรวมกว่า 2.68 พันล้านดอลลาร์ จากเทรดเดอร์ทั่วโลกกว่า 587,000 ราย
แพลตฟอร์มที่มีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงสุดคือ Bybit ราว 678 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Hyperliquid 648 ล้านดอลลาร์ และ Binance เป็นอันดับสามที่ 386 ล้านดอลลาร์
***Deutsche Bank ชี้ 3 ปัจจัยฉุดบิตคอยน์ร่วงหนัก
Deutsche Bank ระบุว่า แรงกดดันที่ทำให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงในรอบนี้ มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เงินทุนของนักลงทุนสถาบันที่ไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง, บิตคอยน์เริ่มขาดความสัมพันธ์กับทั้งทองคำและตลาดหุ้น ทำให้ขาด “ตัวช่วยพยุงราคา” ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมด risk-off และการชะลอตัวของแรงส่งด้านกฎระเบียบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยช่วยประคองสภาพคล่องและลดความผันผวนของตลาด
เมื่อแรงสนับสนุนทั้งสามด้านอ่อนตัวลงพร้อมกัน บิตคอยน์จึงเผชิญแรงกดดันรุนแรง แม้จะไม่มีปัจจัยลบขนาดใหญ่เพียงเหตุเดียวเข้ามากระแทกตลาดโดยตรง
กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินไหลออกอย่างหนักตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา รวมกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน ราว 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม และมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดหดตัว และราคาบิตคอยน์อ่อนไหวต่อแรงกระแทกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Deutsche Bank เตือนว่า ไม่ควรตีความการปรับฐานครั้งนี้เกินจริง เพราะแม้ราคาจะร่วงแรง บิตคอยน์ยังปรับตัวขึ้นราว 370% เมื่อเทียบกับต้นปี 2023 สะท้อนว่ามูลค่าเชิงเก็งกำไรได้สะสมมามากเพียงใดในรอบขาขึ้นก่อนหน้า
***ภาพรวมตลาดล่าสุด
บิตคอยน์ฟื้นตัวเล็กน้อยขึ้นมาซื้อขายเหนือ 64,000 ดอลลาร์ ในขณะที่รายงานอยู่นี้ หรือลดลงราว 11% แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด
มูลค่าตลาดคริปโทฯ รวมอยู่ที่ราว 2.37 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 7.73% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่มูลค่าการซื้อขายพุ่งแตะ 2.06 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.50% สะท้อนความผันผวนที่เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านโครงสร้างตลาด บิตคอยน์ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดที่ 58.5% ส่วนอีเธอเรียมอยู่ที่ 10.5% บ่งชี้ว่าเงินทุนยังคงกระจุกตัวในสินทรัพย์หลัก ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนทั่วโลกเร่งลดความเสี่ยง
ที่มา : Coindesk coinmarketcap binance

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย