
Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจสกัดไม่ให้ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ย นลท.จับตาการชะลอตัวของอุตสาหกรรม AI และผลประกอบการบริษัทเทคฯ ที่อาจชี้ชะตาตลาดคริปโทฯ ในสัปดาห์นี้
ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 76,900 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากพยายามทะยานขึ้นแต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 79,000-80,000 ดอลลาร์ไปได้ โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค และทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยังคงคลุมเครือ
***น้ำมันแพงฉุดรั้งการลดดอกเบี้ยของ “เฟด”
อุปสรรคใหญ่ที่สุดของบิตคอยน์ในตอนนี้คือ “ราคาน้ำมัน” สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และข้อเสนอข้อตกลงของอิหร่านที่ไม่คืบหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นต่อเนื่องทะลุ 100 ดอลลาร์ ไปจนถึงระดับ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในมุมของเศรษฐศาสตร์ เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ความกังวลเรื่องปัญหา “เงินเฟ้อ” ก็จะตามมา ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ยากขึ้น เมื่อแนวโน้มดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่มีความชัดเจน นักลงทุนจึงเลือกที่จะชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์
***จับตาสัญญาณเตือนจากวงการ AI
อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบในระยะถัดไปคือ ความต้องการในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเริ่มชะลอตัวลง หลังจากมีรายงานว่าบริษัท OpenAI ทำรายได้พลาดเป้าหมายที่วางไว้
โดยปกติแล้ว บริษัทเหมืองขุดบิตคอยน์มักจะกู้ยืมเงินและเทขายบิตคอยน์ที่ขุดได้ เพื่อนำเงินไปลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งกำลังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีกว่า ในทางทฤษฎีแล้ว หากธุรกิจ AI เติบโตช้าลง บริษัทเหมืองขุดเหล่านี้ก็อาจชะลอการเทขายบิตคอยน์ซึ่งถือเป็นเรื่องดี
แต่ในความเป็นจริง หากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงเพราะความกังวลเรื่อง AI บรรยากาศการลงทุนที่ย่ำแย่นี้ก็จะฉุดให้ตลาดคริปโทฯ ร่วงลงไปก่อนที่ผลดีจากการหยุดเทขายของเหมืองขุดจะเกิดขึ้นเสียอีก
***บริษัทยักษ์ใหญ่ยังเดินหน้าซื้อสะสม
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาในระยะสั้นจะผันผวน แต่กลุ่มนักลงทุนระดับองค์กรยังคงเดินหน้าซื้อบิตคอยน์เข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น บริษัท Strategy ที่กว้านซื้อบิตคอยน์มูลค่ากว่า 3.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการซื้อสะสมรายเดือนที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี รวมไปถึงบริษัท Metaplanet ของญี่ปุ่นที่ประกาศออกหุ้นกู้มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์เพื่อนำมาสมทบทุนซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติม
บทสรุปและสิ่งที่ต้องจับตา
ทิศทางของบิตคอยน์หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญในช่วงกลางสัปดาห์ ได้แก่ การประกาศนโยบายของเฟด ซึ่งตลาดเริ่มมองเห็นโอกาสในการลดดอกเบี้ยมากขึ้น หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือ DOJ ได้ยุติการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alphabet, Microsoft, Amazon, Meta และ Apple หากมีปัจจัยบวกจากเหตุการณ์เหล่านี้ บิตคอยน์ก็อาจมีแรงส่งให้ทะลุ 80,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ แต่หากไม่มีข่าวดีมาสนับสนุน ระดับ 79,000 ดอลลาร์ก็อาจกลายเป็นเพดานราคาที่ยากจะผ่านไปได้ในระยะนี้
ที่มา : coindesk.com , coindesk.com

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย