
บิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 81,500 ดอลลาร์ แม้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ สงคราม และเงินไหลออกจาก ETF ขณะที่แรงซื้อจากบริษัทมหาชนยังคงช่วยพยุงราคาไว้ได้ นักลงทุนกำลังจับตาตัวเลข CPI สหรัฐฯ
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บิตคอยน์ยังคงแสดง “ความแข็งแกร่ง” เหนือระดับ 81,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงขายจากกองทุน ETF
ปัจจัยบวกของตลาดส่วนหนึ่งมาจากการสะสมบิตคอยน์อย่างต่อเนื่องของเหล่าบริษัทมหาชน นำโดย Strategy และ Capital B เพิ่งเข้าซื้อ BTC เพิ่มรวมกันอีก 717 เหรียญ สะท้อนว่ากลุ่มสถาบันยังมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
ขณะเดียวกัน ตลาดยังเริ่มจับตาประธาน Fed คนใหม่ที่มีจุดยืนสนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น ซึ่งกำลังเปลี่ยน Narrative ของบิตคอยน์จาก “สินทรัพย์เสี่ยง” ไปสู่การถูกมองคล้าย “ทองคำดิจิทัล” หรือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงมหภาคมากขึ้น
แต่ก็ยังมีลุ้นข่าวดี ความคืบหน้า CLARITY Act กฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้น Senate Banking Committee จะพิจารณาวันที่ 14 พ.ค. 2026
หากกฎหมายผ่าน จะช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์และลดความเสี่ยงของอุตสาหกรรมคริปโทฯ พร้อมปิดฉากยุค “กำกับดูแลผ่านการฟ้องร้อง” ของ ก.ล.ต.ที่สร้างแรงกดดันต่อบริษัทในอุตสาหกรรมมาโดยตลอด
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ธุรกิจคริปโทฯ ทั้งกระดานเทรด นายหน้า และแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องแบบกะทันหันเหมือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ธนาคารและกองทุนขนาดใหญ่ก็อาจกล้าเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น หลังมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนรองรับ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มทั้งสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายในตลาดคริปโทฯ ของสหรัฐฯ ได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงระยะสั้นยังไม่หายไป โดยเฉพาะตัวเลข CPI สหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศวันนี้เวลา 19.30 น. รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้ Fed ดำเนินนโยบายการเงินได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญแรงกดดันทางจิตวิทยาจากวาฬบิตคอยน์ที่กลับมาเคลื่อนไหวหลังเงียบไปกว่า 12 ปี รวมถึงกระแสเงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF มูลค่า 298 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
โดยรวมตลาดยังอยู่ในช่วง “พักฐาน” ใกล้ระดับสูง โดยบิตคอยน์ยังสามารถยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง แม้ปริมาณการซื้อขายและความผันผวนของตลาดจะยังไม่สูงมากนัก
ขณะเดียวกัน ดัชนี Fear & Greed ก็ยังเคลื่อนไหวอยู่ในโซนกลาง หรือระดับ “เป็น กลาง” สะท้อนว่าตลาดยังไม่มีแรงตื่นตระหนกหรือความโลภรุนแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย