
ค่าความยากในการขุด Bitcoin ร่วงแรงกว่า 7.7% ต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ ขณะที่นักขุดแห่ปรับตัวสู่ธุรกิจ AI
ตามข้อมูลจาก CoinWarz ระบุว่า ค่าความยากในการขุด Bitcoin ลดลง 7.7% ในการปรับรอบล่าสุดวันที่ 20 มีนาคม สู่ระดับ 133.79 T ที่บล็อก 941,472 ซึ่งนับเป็นการลดลงแรงสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
ก่อนหน้านี้ ค่าความยากในการขุดอยู่ที่ราว 145 T ในช่วงกลางเดือนนี้ และ 148 T ตอนต้นปี ซึ่งการลดลงครั้งนี้ทำให้นักขุดใช้พลังประมวลผลน้อยลง ส่งผลให้รายได้ต่อเครื่องดีขึ้นเล็กน้อยสำหรับคนที่ยังขุดอยู่
การปรับลดครั้งนี้เกิดหลังเครือข่ายผลิตบล็อกได้ช้ากว่าปกติ ในช่วง 2,016 บล็อกก่อนหน้า โดยข้อมูลจาก CloverPool ระบุว่า block time เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 นาที 36 วินาที สูงกว่าเป้าหมายที่ 10 นาที ทำให้ระบบต้องปรับค่าความยากในการขุดลง
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ ค่าความยากในการขุดเคยปรับลดลงแรงจากผลกระทบสภาพอากาศในสหรัฐฯ ที่ทำให้เหมืองขุดขนาดใหญ่บางส่วนหยุดทำงาน ก่อนจะดีดกลับราว 15% หลังจากที่ hashrate กลับเข้าสู่ระบบหลังสถานการณ์ไฟฟ้าคลี่คลาย
ทั้งนี้ ค่าความยากในการขุด คือกลไกที่ Bitcoin ใช้ปรับความยากในการขุด เพื่อควบคุมให้การสร้างบล็อกใหม่เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก 10 นาที โดยหากมีนักขุดเพิ่มขึ้นหรือ hashrate สูงขึ้น ระบบจะปรับความยากให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ขุดเร็วเกินไป แต่หาก hashrate ลดลง ระบบก็จะลดความยากลงอัตโนมัติ เพื่อรักษาจังหวะของเครือข่ายให้คงที่
โดยการปรับ ค่าความยากในการขุดครั้งถัดไปคาดว่าจะเกิดขึ้นราววันที่ 3 เมษายน แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของเครือข่าย
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเหมืองขุดกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มขยายไปสู่ธุรกิจ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูง (HPC) เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
นักขุดรายใหญ่ เช่น Core Scientific, MARA, Hut 8 และ Cipher Mining เริ่มปรับทรัพยากรไปสู่ AI หรือทยอยลดกำลังขุด โดยบางส่วนปิดเครื่องที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย