
ตลาดคริปโทฯ ตอบสนองทันทีต่อแรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ เมื่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางถูกตั้งคำถามอีกครั้ง
บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 92,000 ดอลลาร์ในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่เหรียญสาย Privacy กลายเป็นดาวเด่นของตลาด โดย Monero พุ่งแรงถึงเกือบ 18% หลังเกิดความตึงเครียดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เจอโรม พาวเวล ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการเงินดั้งเดิมที่นำโดยดอลลาร์สหรัฐฯ
แรงซื้อในตลาดคริปโทฯ เกิดขึ้นไม่นานหลังพาวเวล ออกมาเปิดเผยผ่านวิดีโอว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ขู่ดำเนินคดีอาญากับเขา จากกรณีการให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยพาวเวลชี้ชัดว่า แรงกดดันดังกล่าวเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางกำหนดนโยบายดอกเบี้ยบนพื้นฐานผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่ตามความต้องการของฝ่ายการเมือง
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า บิตคอยน์ปรับขึ้นราว 1.5% มาอยู่ที่ 92,047 ดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum ขยับขึ้นเกือบ 2% ส่วน Solana นำกลุ่มอัลต์คอยน์รายใหญ่ พุ่งกว่า 4.8% ด้านเหรียญสาย Privacy โดดเด่นเป็นพิเศษ โดย Monero ทะยานเกือบ 18% และ Zcash ปรับขึ้นเกือบ 10% สะท้อนแรงโยกเงินของนักลงทุนที่เริ่มมองหาสินทรัพย์นอกระบบดั้งเดิมมากขึ้น
ในมุมมองเชิงโครงสร้าง นักวิเคราะห์จาก Presto Research ระบุว่า การปรับขึ้นของบิตคอยน์เกิดขึ้นพร้อมกับราคาทองคำที่พุ่งแรง ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสถานะ “สกุลเงินสำรองโลก” ของดอลลาร์ เมื่อความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของระบบเริ่มสั่นคลอน สินทรัพย์อย่างทองคำและบิตคอยน์จึงถูกเลือกเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
ฝั่งนักวิเคราะห์เทคนิคมองว่า การไต่ระดับของ BTC และ ETH ยังได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ตามแนวรับสำคัญ ประกอบกับกระแสข่าวด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะความคืบหน้าร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความโปร่งใสให้ตลาดในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวกับธนาคารกลางยังไม่คลี่คลาย ขณะที่ปัจจัยมหภาคโดยรวมยังถือว่าเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งตัวเลขการจ้างงานที่ชะลอลง ราคาทองคำที่ปรับขึ้น และการลดเลเวอเรจในระบบที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตา 3 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ความคืบหน้าความขัดแย้งระหว่างพาวเวลกับกระทรวงยุติธรรม แผนลดภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ และการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งอาจเป็นตัวชี้นำทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป หลัง Goldman Sachs เพิ่งเลื่อนคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟดออกไปเป็นกลางถึงปลายปี 2026
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนชัดว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายการเงินกำลังผลักให้นักลงทุนหันมามองคริปโทเคอร์เรนซีโดยเฉพาะบิตคอยน์และเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัว ในฐานะ “ที่หลบภัยทางการเงิน” มากขึ้นอีกครั้ง
ที่มา : theblock

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย