
ราคา Bitcoin ขยับขึ้นเล็กน้อยราว 1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ภาพรวมตลาดยังให้สัญญาณ “ผสม” ระหว่างแรงหนุนระยะยาวกับความเสี่ยงระยะสั้น
บิตคอยน์บวกราว 1% ทะลุ 91,000 ดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำรวจปัจจัยบวกพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนใหญ่ โดยพบว่ามี “วาฬยุคซาโตชิ” หรือนักลงทุนรายใหญ่ยุคบุกเบิกที่ถือเหรียญมานานกว่าทศวรรษ ได้กลับมาเข้าซื้อบิตคอยน์ถึง 26,900 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางตลาดขาขึ้น
สอดคล้องกับในช่วงนี้บรรดาสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan Chase, Morgan Stanley และ Wells Fargo ที่กำลังเพิ่มสัดส่วนการถือครองบิตคอยน์ แสดงให้เห็นว่าวอลล์สตรีทกำลังทยอยสะสมสินทรัพย์นี้เข้าพอร์ต
นอกจากนี้ ข้อมูลบนบล็อกเชนยังระบุว่ามีการถอนบิตคอยน์ออกจากกระดานเทรดกว่า 25,000 BTC ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อุปทานหมุนเวียนในตลาดลดลง และช่วยลดแรงเทขายในระบบ
จับตาความเสี่ยง สัญญาณเทคนิคและเงินไหลออก
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2026 ที่พบว่ากองทุน ETF Bitcoin มียอดเงินไหลออกสุทธิ 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บ่งชี้ว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มระมัดระวังตัว
ในเชิงเทคนิค กราฟ MACD แสดงแนวโน้มขาลง (Negative trend) ซึ่งบ่งบอกว่าแรงส่งของราคาเริ่มแผ่วลง นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังกังวลเรื่อง ช่องว่างราคา CME (CME Gap) บริเวณ 88,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคาปรับตัวลงมาปิดช่องว่างนี้ อาจกระตุ้นให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidations) ของฝั่งขาขึ้นแบบลูกโซ่ เนื่องจากมีสัญญา Long ที่เปิดค้างไว้ในโซนดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์
ด้าน Willy Woo นักวิเคราะห์ชื่อดัง ก็ได้เตือนถึงแนวโน้มตลาดหมี (Bearish) ในปี 2026 จากปัญหาสภาพคล่องที่ลดลง
แม้จะมีสัญญาณเตือนทางเทคนิค แต่ชุมชนนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองว่าการพักตัวของราคาในโซนแนวรับเดิมนี้ เป็นช่วงเวลาสำหรับการตั้งรับและปรับพอร์ต มากกว่าที่จะตื่นตระหนกเทขาย
ที่มา : BTC Insights Binance

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย