
Bitwise เดินหน้ายื่นไฟลิ่งขอตั้ง 11 กองทุน ETF ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ครอบคลุมเหรียญกลุ่ม DeFi, Layer-1 และ AI หวังชิงความได้เปรียบในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังขยายตัว
บริษัทจัดการสินทรัพย์ชื่อดังอย่าง Bitwise ได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) เพื่อขอจัดตั้งกองทุน ETF ใหม่ถึง 11 กองทุน เน้นอัลต์คอยน์เป็นหลัก
ประกอบไปด้วย Aave (AAVE), Uniswap (UNI), Zcash (ZEC), Near (NEAR), Sui (SUI), Tron (TRX), Starknet (STRK), Ethena (ENA), Bittensor (TAO), Hyperliquid (HYPE) และโทเคน CC ของ Canton Network
จากรายการยื่นขอจดกองทุน สะท้อนให้เห็นว่า Bitwise กำลังเดิมพันกับอนาคตของระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi), เหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัว (Privacy coins) และเหรียญที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง TAO สะท้อนมุมมองว่า นักลงทุนเริ่มมองไกลกว่าเหรียญใหญ่ และให้ความสำคัญกับ use case เฉพาะทางมากขึ้น
กองทุนเหล่านี้จะถือครองในตัวเหรียญนั้นๆ โดยตรงสูงสุดไม่เกิน 60% ที่เหลืออีก 40% จะลงทุนผ่านตราสารทางการเงินอื่นๆ เช่น สัญญาฟิวเจอร์ส หรือผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อ้างอิงราคาของเหรียญนั้นๆ แทน ซึ่งโครงสร้างนี้อาจมีการจัดการผ่านบริษัทย่อยในต่างประเทศ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการกองทุน
ด้านนักวิเคราะห์การลงทุนมองว่า การยื่นขอจัดตั้งกองทุนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจของนักลงทุนที่เริ่มมองหาโอกาสนอกเหนือจาก Bitcoin เห็นได้จากข้อมูลก่อนหน้านี้ที่กองทุน ETF ของเหรียญ Solana และ XRP ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะ XRP ETF ที่มีเงินทุนไหลเข้าสะสมมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนพร้อมที่จะถือครองสินทรัพย์เหล่านี้แม้ตลาดจะมีความผันผวนก็ตาม
ทั้งนี้ แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคาดการณ์วันที่มีผลบังคับใช้เบื้องต้นคือช่วงเดือนมีนาคม 2026 แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการกำหนดค่าธรรมเนียมหรือชื่อย่อหลักทรัพย์ (Ticker) อย่างเป็นทางการ แต่การยื่นไฟลิ่งของ Bitwise ก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่าผู้จัดการกองทุนระดับโลกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับยุคใหม่ที่ตลาด ETF จะเปิดกว้างให้กับเหรียญคริปโทฯ ที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ที่มา : Cryptopotato

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย