
Coinbase ชี้ กฎภาษีคริปโทใหม่ของสหรัฐฯ สร้างภาระให้ผู้ใช้งานรายย่อย และซับซ้อนเกินจำเป็น หลังผู้ใช้งานต้องรายงานกระทั่งธุรกรรมเล็กน้อย เช่น Stablecoin และค่าธรรมเนียมเครือข่าย
Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความกังวลต่อ กฎรายงานภาษีคริปโทฉบับใหม่ ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยระบุว่า กฎดังกล่าวสร้างภาระด้านเอกสารให้กับผู้ใช้งานคริปโทจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย
กฎใหม่กำหนดให้กระดานเทรดคริปโทต้องออกแบบฟอร์ม 1099-DA เพื่อรายงานธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้งานต่อ กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) โดย Coinbase ระบุว่า ขณะนี้กำลังจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้ใช้งานชาวอเมริกัน หลายล้านราย
อย่างไรก็ตาม Lawrence Zlatkin รองประธานฝ่ายภาษีของ Coinbase มองว่า ระบบใหม่นี้สร้างภาระด้านการรายงานภาษีเกินความจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานที่ทำธุรกรรมมูลค่าเล็กน้อย
Zlatkin ระบุว่า ผู้ใช้งานคริปโทที่อาจจะมีมูลค่าซื้อขายรวมเพียง 50 ดอลลาร์ ก็อาจต้องรายงานกำไรหรือขาดทุนจากธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งมองว่าไม่ใช่จุดประสงค์หลักของระบบภาษี
“พูดตรง ๆ ธุรกรรมของนักลงทุนรายย่อยมีมูลค่าเล็กมาก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมในฐานะประเทศเราถึงต้องทุ่มทรัพยากรไปกับเรื่องนี้ ลองคิดดูว่าแค่เทรด 50 ดอลลาร์ แต่กลับต้องได้รับฟอร์มภาษีและรายงานกำไรหรือขาดทุน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ระบบภาษีควรจะเป็น” Zlatkin กล่าว
นอกจากนี้ กฎดังกล่าวยังบังคับให้รายงานธุรกรรม Stablecoin เช่น USDC แม้ว่ามูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกออกแบบให้คงที่ ทำให้ Coinbase มองว่า การรายงานธุรกรรมแบบนี้ไม่ได้สะท้อนรายได้ที่แท้จริง
อีกประเด็นหนึ่งคือ ค่าธรรมเนียมเครือข่ายหรือ Gas Fee ซึ่งบางครั้งมีมูลค่าเพียงไม่กี่เซนต์หรือประมาณ 1 ดอลลาร์ แต่ก็ยังต้องถูกรายงานในระบบภาษีเช่นกัน
Coinbase เสริมว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มจะรายงานเฉพาะ มูลค่าการขายสินทรัพย์ (Gross Proceeds) ให้กับ IRS โดยยังไม่ได้คำนวณต้นทุนการซื้อ (Cost Basis) ทำให้ผู้ใช้งานต้องคำนวณกำไรหรือขาดทุนด้วยตัวเอง ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการลงทุน
โดย Coinbase คาดว่า การรายงานภาษีคริปโทจะซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถโอนย้ายระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือแลกเปลี่ยนระหว่างโทเคนได้ง่ายกว่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ Coinbase ระบุว่า บริษัทกำลังพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคำนวณภาษีคริปโทได้ง่ายขึ้น และวางแผนที่จะเริ่ม คำนวณต้นทุนการซื้อให้กับผู้ใช้งานตั้งแต่เริ่มปีภาษีถัดไป
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย