
Core Scientific อดีตยักษ์ขุดบิตคอยน์อเมริกา ระดมทุน 3.3 พันล้านดอลลาร์ผ่าน Junk Bond พลิกโมเดลธุรกิจสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ AI คาดสร้างรายได้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนกระแสผู้ขุดคริปโทฯ ทั่วโลกหันมาลุย AI อย่างเต็มตัว
บริษัท Core Scientific (CORZ) กำลังเตรียมระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูง (Junk bond) มูลค่าถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากการเป็นผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซี ไปสู่การบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มุ่งเน้นรองรับการประมวลผลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI
เม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้จ่ายคืนหนี้สินเดิม ตั้งเป็นทุนสำรอง และใช้สำหรับก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI แห่งใหม่จำนวน 6 แห่งในหลายรัฐ โดยศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะถูกปล่อยเช่าให้บริษัท CoreWeave ภายใต้สัญญาระยะยาว 12 ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้มากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากจุดตกต่ำ สู่โอกาสใหม่ในยุค AI
ย้อนกลับไป Core Scientific ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และเคยเติบโตจนเป็นหนึ่งในบริษัทขุดบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ แต่บริษัทต้องเผชิญกับวิกฤตต้นทุนค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงและราคาบิตคอยน์ที่ตกต่ำ จนต้องยื่นขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐฯ (Chapter 11) ในเดือนธันวาคม 2022 ก่อนจะดำเนินการฟื้นฟูสำเร็จและกลับเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq อีกครั้งในเดือนมกราคม 2024
สาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทต้องหันหลังให้วงการเหมืองขุด เป็นเพราะประเด็นเรื่อง “กำไร” ที่ลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากการเกิดปรากฏการณ์ Halving หรือการลดผลตอบแทนจากการขุดลงครึ่งหนึ่งในเดือนเมษายน 2024 ทำให้รางวัลการขุดลดลงจาก 6.25 BTC เหลือ 3.125 BTC แต่ราคาของ BTC กลับลดลงจากกว่า 125,000 ดอลลาร์ เหลือประมาณ 75,800 ดอลลาร์ ประกอบกับต้นทุนการทำงานที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวและขาดทุน
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทมีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารศูนย์ข้อมูล สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว และระบบทำความเย็น กลับกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Microsoft และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ที่กำลังแข่งขันกันในสงคราม AI
ทางบริษัทจึงตัดสินใจพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้ทำการขายบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่ออกไปถึง 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินมาสมทบทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเต็มตัว จนปัจจุบันบริษัทเหลือบิตคอยน์ในมือไม่ถึง 1,000 เหรียญแล้ว
การตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางธุรกิจแบบก้าวกระโดดในครั้งนี้ ดูเหมือนจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยสะท้อนผ่านราคาหุ้นของ Core Scientific ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 42% ในปีนี้ ซึ่งสวนทางกับราคาบิตคอยน์ที่ปรับตัวลดลง 11%
นับเป็นเครื่องยืนยันว่า โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI กำลังเป็นที่ต้องการอย่างหนักจนทำให้หลายบริษัท ต้องยอมระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อก้าวให้ทันความต้องการของตลาด
ที่มา : Coindesk

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย