
บริษัทใหญ่แห่ Stake ETH หนัก นำโดย BitMine ที่ล็อกเพิ่มกว่า 342,000 ETH ใน 2 วันมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ ดันซัพพลายในตลาดหายวับ ขณะเดียวกัน Smart Money ยังขายทำกำไร แต่รายใหญ่–นักลงทุนหน้าใหม่ทยอยเข้าซื้อต่อเนื่อง
ตามรายงานจาก Lookonchain ระบุว่า BitMine Immersion Technologies ซึ่งเป็นผู้ถือครอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดในหมู่บริษัทคลังสำรองสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ทำการ Staking เพิ่มอีกกว่า 342,560 ETH มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ในเวลาเพียง 2 วันช่วงก่อนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การ Stake ครั้งใหญ่ของ BitMine ทำให้ “คิวเข้าระบบเป็น Validator” ของ Ethereum ยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุดต้องรอถึง 12 วัน 20 ชั่วโมง ขณะที่ “คิวถอน” อยู่ที่ 6 วัน 2 ชั่วโมง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ validatorqueue
โดยจำนวน Ethereum ที่รอเข้าระบบเพื่อ Stake อยู่ที่ 739,824 ETH ส่วนจำนวน Ethereum ที่รอถอนจากการ Stake อยู่ที่ 349,867 ETH
จากคิวที่ต้องรอเพื่อนำ Ethereum มา Stake สะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นในตลาดยังคงมีความมั่นใจระยะยาวใน Ethereum และต้องการสร้างรายได้จากดอกเบี้ย Staking ซึ่งอยู่ที่ราว 3–5% ต่อปี อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือนที่คิวเข้า Stake มีมากกว่าผู้รอถอนถึงเกือบ 2 เท่า
นอกจาก BitMine แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นที่ถือครอง Ether จำนวนมากก็เร่งเดินหน้าสู่สาย Staking โดย SharpLink Gaming ซึ่งเป็นบริษัที่ถือครองอันดับ 2 ระบุว่าได้ Stake “เกือบทั้งหมด” ของพอร์ต และสร้างรายได้จากดอกเบี้ยสะสมไปแล้วกว่า 9,701 ETH หรือราว 29 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ The Ether Machine ซึ่งถือ ETH มูลค่ารวมกว่า 1.49 พันล้านดอลลาร์ ก็ได้ Stake ทั้งหมดของพอร์ตเช่นกัน และยังเคยติดอันดับ Top 5% ของ Validator ที่มีประสิทธิภาพผลตอบแทนดีที่สุด
การ Stake จำนวนมากของบริษัทรายใหญ่ส่งผลให้ซัพพลายของ ETH ที่พร้อมขายในตลาดเริ่มลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าสิ่งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อราคาของ ETH ในระยะยาว เนื่องจากช่วยลดแรงขาย และสนับสนุนแนวโน้มการถือครองเพื่อสร้างผลตอบแทนแบบยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Nansen ชี้ว่า Smart Money” หรือกระเป๋านักลงทุนที่ทำกำไรสูง ยังคงขาย ETH Spot อย่างต่อเนื่อง โดยขายไปรวมกว่า $4.26 ล้านในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ฝั่ง Whale และกระเป๋าใหม่กลับเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ายังมีแรงซื้อจากรายใหญ่และนักลงทุนหน้าใหม่ไหลเข้าตลาดต่อเนื่อง แม้บางกลุ่มจะทยอยขายทำกำไรแล้วก็ตาม
ที่มา : cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย