
ปี 2025 เป็นปีแห่งความสูญเสียของมหาเศรษฐีคริปโทฯ นำโดย Michael Saylor และ Changpeng Zhao ที่มูลค่าทรัพย์สินลดฮวบหลังตลาดร่วงหนัก แต่ซีอีโอ Circle กลับมั่งคั่งขึ้นเกือบ 150% รับอานิสงส์ GENIUS Act
รายงานล่าสุดจาก Bloomberg Billionaires Index เปิดเผยว่า ผู้บริหารระดับสูงหลายรายในวงการคริปโทฯ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิปรับลดลงนับพันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะ Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของบริษัท Strategy ที่มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวหายไปถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ความมั่งคั่งสุทธิของเขาลดลงเหลือ 3.8 พันล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักของความสูญเสียครั้งนี้ เกิดจากความผันผวนอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ซึ่งแม้จะเคยพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่เหนือระดับ 126,000 ดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคม แต่หลังจากนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว (Flash crash) จนลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 80,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ภาวะตลาดที่ดิ่งลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นของบริษัท Strategy ซึ่งถือครอง Bitcoin จำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นตกลงกว่าครึ่ง และฉุดมูลค่าทรัพย์สินของ Saylor ให้ลดลงเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุด
ไม่ใช่แค่ Saylor เท่านั้นที่เจ็บตัว แต่ Changpeng Zhao หรือ “CZ” อดีตซีอีโอของ Binance ก็มีมูลค่าทรัพย์สินลดลงประมาณ 5% ในขณะที่คู่แฝด Winklevoss ผู้ก่อตั้งกระดานเทรด Gemini อาการหนักกว่า โดยสินทรัพย์ลดลงถึง 59% นับตั้งแต่ต้นปี
อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางวิกฤตนี้ กลับมีผู้ชนะที่โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวคือ Jeremy Allaire ซีอีโอของบริษัท Circle (ผู้ให้บริการเหรียญ USDC) ที่มีรายงานว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 149% นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขารวยสวนกระแส คือความชัดเจนทางด้านกฎหมาย หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายสเตเบิลคอยน์ที่ชื่อ “GENIUS Act” ซึ่งเปรียบเสมือนใบเบิกทางที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจสเตเบิลคอยน์
แม้ความมั่งคั่งของผู้บริหารหลายรายจะหดตัว แต่ฝั่งองค์กรยังเดินหน้ากลยุทธ์ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Bitcointreasuries.net ระบุว่า ณ ปี 2025 มีบริษัทจดทะเบียนราว 192 แห่งที่ถือครอง Bitcoin บนงบดุล สะท้อนว่าความสนใจในบิตคอยน์ระดับสถาบันยังไม่หายไป
ที่มา : cointelegraph

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย