
ตลาดคริปโทฯ ดิ่งเข้าสู่โหมด “กลัวขั้นสุด” หลังดัชนี Fear & Greed ร่วงแตะระดับ 12 ขณะที่ราคา Bitcoin ไหลลงสู่โซน 71,000 ดอลลาร์ช่วงเช้าวันนี้ ท่ามกลางแรงขายจากสถาบันและคำถามสำคัญว่า นี่คือจุดยอมแพ้ของตลาดแล้วจริงหรือยัง
ดัชนีความกลัวและความโลภวันนี้ไหลลงแตะระดับ 12 หรือกลัวขั้นสุด (Extreme Fear)หรือต่ำสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งนับจากกลางเดือนธันวาคมปีก่อน สะท้อนอารมณ์นักลงทุนที่อยู่ในบรรยากาศของการปิดรับความเสี่ยง
ความกลัวพุ่งสูงสอดคล้องกับราคาบิตคอยน์ที่ไหลลงสู่โซน 71,000 ดอลลาร์ในเช้าวันนี้ต่ำสุดในรอบ 1 ปีเศษ นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนปี 2024 หรือลดลงมาแล้วประมาณ 18% นับจากต้นปีและร่วงลง 43% นับจากจุดสูงสุดตลอดกาล 126,199 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปี2025
ในภาพรวมของเศรษฐกิจแม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามผ่านร่างงบประมาณและส่งผลให้สหรัฐยุติชัตดาวน์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศโดยรวมในฝั่งของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างสินทรัพย์ดิจิทัลดีขึ้น
ขณะที่ Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 272 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ลดลงต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เมษายน 2025 สะท้อนความลังเลของนักลงทุนสถาบันบางส่วน
มุมมองของชุมชนยังแตกออกเป็นสองฝั่งชัดเจนฝั่งหนึ่งมองว่าหากราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ อาจเป็น “จังหวะซื้อ” สำหรับการสะสมรอบใหม่
ขณะที่อีกฝั่งยังไม่มั่นใจ แต่มีคำถามว่าระดับราคาปัจจุบันคือจุด capitulation หรือตลาดกำลังอยู่ในช่วง “ยอมแพ้” ของนักลงทุนแล้วหรือยัง หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงทางผ่านก่อนราคาจะปรับลงต่ออีกระลอก
มูลค่าตลาดคริปโทฯ โดยรวมลดลงมาอยู่ที่ราว 2.46 ล้านล้านดอลลาร์ ปรับตัวลง 4.76% ภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 163,140 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4.16% สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ชะลอตัวลง โดยสัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin 58.8% ส่วน Ethereum อยู่ที่ 10.5%

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย