
Bitcoin พุ่งขึ้น $1,900 ในเวลาเพียง 30 นาที แตะระดับสูงสุดในรอบ 40 วันที่ $74,330 สะเทือนขา Short ถูกล้างพอร์ตรวม $120 ล้านในช่วง 60 นาทีที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตา 3 ปัจจัยใหญ่สัปดาห์นี้ที่อาจกำหนดทิศทางตลาดคริปโทฯ
ไวยิ่งกว่าไลต์นิ่ง! ราคาบิตคอยน์เช้าวันนี้พุ่งแรงแต่กลับตัวเร็ว โดยราคาพุ่งทะลุระดับ $74,000 ขึ้นไปแตะจุดสูงสุด $74,330 ในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น.หรือเพิ่มขึ้น $1,900 ในเวลาเพียง 30 นาทีก่อนเกิดแรงขายทำกำไรอย่างฉับพลัน ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
จากราคาที่พุ่งและร่วงฉับพลัน ส่งผลให้เทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์สฝั่ง Long ถูกล้างพอร์ต ถูกล้างพอร์ตรวม $120 ล้านในช่วง 60 นาทีที่ผ่านมา
ที่น่าสนใจคือวันนี้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซี กลับทำฟอร์มได้ดีกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างทองคำในช่วงที่สถานการณ์สงครามยังดำเนินอยู่ โดยราคาทองโลกเริ่มปรับฐานซื้อขายต่ำกว่า $5,000 ต่อออนซ์
สำหรับในสัปดาห์นี้ ( 16-22 มีนาคม 2026) ตลาดกำลังจับตา 3 ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
ปัจจัยแรก การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม ตลาดให้น้ำหนักถึง 99.2% ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่าคือ “Dot Plot” หรือการคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ยในปี 2026 รวมถึงถ้อยแถลงของประธาน Fed เจอโรม พาวเวล ในการแถลงข่าว หากท่าทีออกมาเข้มงวดกว่าคาด เช่น ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยน้อยลงหรือคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงบิตคอยน์ให้ปรับตัวลงได้อีก แต่หากน้ำเสียงออกมาเป็นกลางหรือผ่อนคลาย ตลาดคริปโทฯ มีโอกาสรีบาวด์ได้ โดยในอดีตบิตคอยน์มักเกิดรูปแบบ “sell the news” หลังการประชุม FOMC หลายครั้ง
ปัจจัยที่สอง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุระดับประมาณ $100-115 ต่อบาร์เรล ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมด “risk-off” นักลงทุนลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ผันผวนสูงอย่างคริปโทฯ นอกจากนี้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังอาจทำให้ Fed ต้องระมัดระวังมากขึ้นต่อแรงกดดันเงินเฟ้ออีกด้วย
ปัจจัยสุดท้าย คือเหตุการณ์ปลดล็อกโทเคนจากหลายโครงการในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ ซึ่งมักสร้างแรงขายระยะสั้นในตลาด โดยเฉพาะเหรียญ Altcoin แม้ขนาดของเหตุการณ์จะไม่ใหญ่เท่าการประชุม Fed แต่ก็อาจเพิ่มแรงกดดันด้านอุปทานในตลาดที่ความเชื่อมั่นยังเปราะบาง
โดยภาพรวม สัปดาห์นี้เป็นช่วงที่ตลาดคริปโทฯ ต้องเผชิญกับแรงกระทบจากปัจจัยมหภาคอย่างชัดเจน หาก Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายและสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ทวีความรุนแรงเพิ่มเติม ตลาดคริปโทฯ อาจกลับมาฟื้นตัวได้แรง แต่ก็ต้องระวังกลังประชุมเฟดอาจเผชิญปรากฏการณ์ “sell the news”

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย