
สรุปประเด็นจากรายการ Bitkub Insight เตรียมกลยุทธ์ต้อนรับปี 2026 ทีมนักวิเคราะห์มองทิศทางตลาดคริปโทฯ และกลยุทธ์รายเหรียญ Bitcoin, Ethereum, BNB, XRP
1.ประเด็นการฟ้องร้องประธานเฟด
ประเด็นการฟ้องร้องประธานเฟด Jerome Powell เกี่ยวกับการใช้งบประมาณเกินตัวและประเด็นทางการเมือง ในข้อหาใช้งบประมาณเกินจริงและอาจให้การเท็จ เป็นเพียง “เสียงรบกวน” ที่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก เนื่องจากวาระการดำรงตำแหน่งของ Powell ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ หากมีการเปลี่ยนแปลงประธาน Fed คนใหม่ อาจมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในระบบ (M2 Money Supply) และส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
2.อิหร่านกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง
อิหร่านกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง มีมีภาวะเงินเฟ้อสูงมากที่ระดับ 52.6% สำหรับสินค้าทั่วไป และสูงถึง 70% สำหรับอาหาร ส่งผลให้ค่าเงินเรียล (Rial) ของประเทศล่มสลาย สถานการณ์นี้อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ประชาชนชาวอิหร่านย้ายสภาพคล่องไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย หรือสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ และ Bitcoin เพื่อรักษามูลค่าของทรัพย์สิน
3.ความสนใจในกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ
ความสนใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อกรีนแลนด์นั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับแหล่งแร่หายาก (Rare Earth) จำนวนมหาศาล หากสหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมทรัพยากรเหล่านี้ได้ จะเป็นการท้าทายอำนาจการผลิตของจีนที่ครองตลาดอยู่ถึง 80-90% ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้อาจส่งผลให้นักลงทุนย้ายเงินทุนไปยังทองคำ ส่วนตลาดคริปโทฯ อาจได้รับผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้ง
5.ทองคำเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ต้องจับตามอง
ในช่วงต้นปี 2026 ทองคำทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง โดยราคาพุ่งไปถึง 4,583 ดอลลาร์ ซึ่งในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ไม่มีสินทรัพย์ใดที่มีผลงานดีเท่ากับทองคำและแร่โลหะมีค่าอย่างแร่เงิน ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อราคา ทองคำพุ่งสูงขึ้นมาก นักลงทุนมักจะมองหา “Alternative” หรือสินทรัพย์ที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันแต่ราคายังไม่พุ่งแรงเท่า ซึ่งในกรณีนี้คือแร่เงินที่มักจะวิ่งตามทองคำไปในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง
ในสถานการณ์ปัจจุบันปี 2026 มองว่า ทองคำทำหน้าที่ได้ดีกว่า Bitcoin ในแง่ของการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสินทรัพย์รักษามูลค่าท่ามกลางวิกฤต และมองว่าปี 2026 จะยังคงเป็นปีของทองคำและแร่เงินอย่างต่อเนื่อง และทิศทางของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปีนี้จะขึ้นอยู่กับประเด็นเรื่องทองคำเป็นหลักด้วยเช่นกัน
6.ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปี 2026
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในปี 2026 คุณแสตมป์มองว่าไม่ใช่สภาวะที่ “ซื้ออะไรก็กำไร” อีกต่อไป การคัดเลือกสินทรัพย์อย่างระมัดระวังกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลจากคุณแสตมป์ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปัจจุบัน มีเหรียญคริปโทฯ เพียง 5% จาก 500 เหรียญแรกเท่านั้นที่เป็นบวก
7.วิเคราะห์เชิงลึกเหรียญท็อป 10
มองว่าเป็นคริปโทฯ ที่มีพื้นฐานดีที่สุด ได้รับเงินทุนจากสถาบันและระดับประเทศ และมีลุ้นเรื่องกฎหมายสะสมบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง ที่เคยมีการพูดคุยกันในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ปีที่แล้ว คุณแสตมป์ วิเคราะห์ว่าราคาปัจจุบันถือว่าอยู่ระดับ “กลางๆ” กลยุทธ์คือเน้นเก็บของถูกตามแนวรับทางสถิติ เนื่องจากยังไม่ได้เข้าสู่ช่วงการวิ่งตามเทรนด์อย่างชัดเจน เพราะราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
เป็นแพลตฟอร์มสมาร์ตคอนแทรกต์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นเหมือน “กระดูกสันหลัง” ของวงการบล็อกเชนที่ เลเยอร์สองจำนวนมากต้องพึ่งพา มีกองทุนอีทีเอฟที่มีการซื้อขายจริง ทำให้มีเงินทุนจากสถาบันไหลเข้า กลยุทธ์ปัจจุบันคือ “รอ” เนื่องจากราคาไม่ได้ถูกพอที่จะสะสม และยังไม่แข็งแกร่งพอสำหรับการวิ่งตามเทรนด์ โดยมีแนวรับสำคัญที่น่าพิจารณาในการสะสมที่ราคา 2700 และ 2450 ดอลลาร์สหรัฐฯ
จุดแข็งสำคัญคือความอ่อนไหวต่อข่าว เช่น คดีความ, ETF ทำให้เป็นเหรียญที่เหมาะกับการเก็งกำไรตามข่าวสาร แต่จุดอ่อนคือการใช้งานจริงบนเครือข่าย (On-chain Activity) ยังค่อนข้างน้อย ด้วยมูลค่าตลาด ที่ใหญ่ อาจไม่สามารถให้ผลตอบแทนระดับ 2-3 เท่าที่นักลงทุนคริปโทฯ บางกลุ่มมองหาได้
ถูกนิยามว่าเป็นเหรียญที่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับ Exchange ที่ช่วยสนับสนุนราคาและระบบนิเวศ แม้เทคโนโลยีหลักอาจไม่เหนือกว่าเชนรุ่นใหม่ แต่ความเชื่อมโยงนี้ทำให้มีความได้เปรียบอย่างมาก ราคาปัจจุบันยังไม่ถูก กลยุทธ์คือการรอเข้าซื้อในจุดที่ดีกว่า โดยมีแนวรับที่น่าสนใจที่ 800, 720 และ 625 ดอลลาร์สหรัฐฯ
การเติบโตก่อนหน้านี้มาจากกระแสของ Meme Coin แม้จะมีกิจกรรมบนเชนสูง แต่ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายเหรียญมีม ความท้าทายสำคัญของ Solana คือการสร้าง Narrative ใหม่นอกเหนือจากกระแสมีมที่เริ่มแผ่วลง ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้แนวรับแรกที่น่าสนใจสำหรับการสะสม (ประมาณ 134 ดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพโดดเด่นกว่าตลาด กลยุทธ์จึงเป็นการรอซื้อในราคาถูกมากกว่าการวิ่งตามเทรนด์
เป็นขั้วตรงข้ามของ Solana คือมีพื้นฐานและการใช้งานจริงที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกรรม Stablecoin เป็นเหมือน “เสือนอนกิน” เนื่องจากกินค่าธรรมเนียมได้เรื่อยๆ แต่ขาด Sentiment และกระแสจากตลาด จุดเด่นคือความทนทานต่อสภาวะตลาดขาลง แต่ราคาปัจจุบันไม่ถูกและยังไม่อยู่ในเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจน กลยุทธ์คือการรอ
คุณแสตมป์มองว่าเป็น “ทางเลือกของ Bitcoin” เนื่องจากมีจุดกำเนิดใกล้เคียงกัน จุดแข็งคือการกระจายศูนย์ที่สูง ไม่มีเจ้าของที่สามารถเทขายได้ และสถานะ “ราชาแห่งมีม” มูลค่าขึ้นอยู่กับ Sentiment จากบุคคลสำคัญเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม กระแสการมองหา ‘Bitcoin alternative’ ในปี 2026 ได้เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปยังกลุ่ม Privacy Coins ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจกว่า เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและขับเคลื่อนด้วยกระแสความรู้สึกเป็นหลัก
เทคโนโลยีหลักถือว่าล้าสมัยเมื่อเทียบกับ Blockchain รุ่นใหม่ แต่จุดแข็งสำคัญคือชุมชนที่เหนียวแน่นและการเป็นที่จดจำของแบรนด์ โปรเจกต์กำลังรอปัจจัยกระตุ้นหรือ “ไฮป์เล็กๆ” เพื่อกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เหมือนที่ Solana ทำได้กับกระแสมีม ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซนสะสมแรก 0.37 ดอลลาร์สหรัฐฯและยังไม่อยู่ในเทรนด์ขาขึ้น กลยุทธ์จึงควรเน้นการซื้อในราคาถูก
8.DCA ยังเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลอยู่หรือไม่?
–ผลตอบแทนการ DCA ในปี 2025: พบว่ามีเพียง BNB, Ethereum (ETH) และ Tron (TRX) เท่านั้นที่มีผลตอบแทนจาก DCA สูงกว่ามาตรฐาน (Benchmark) หรือสูงกว่าเงินทุนที่ลงไป การ DCA Bitcoin (BTC), Solana (SOL), Cardano (ADA), XRP และ Dogecoin (DOGE) ในช่วงปี 2025 ให้ผลตอบแทนที่ ต่ำกว่าทุน หรือเงินจม เนื่องจากสภาพตลาดในช่วงนั้น
-DCA ระยะกลาง (2024 – 2025) : หากขยับช่วงเวลาการ DCA เป็น 24 เดือน (ตั้งแต่ปี 2024) เหรียญที่ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกและสูงกว่ามาตรฐานคือ XRP, Tron, BNB, Bitcoin และ Ethereum ในขณะที่ Solana, Dogecoin และ Cardano ยังคงให้ผลตอบแทนติดลบเมื่อเทียบกับมาตรฐานการ DCA
-DCA ระยะยาวมาก (ตั้งแต่ปี 2018) : Bitcoin ให้ผลตอบแทน (Upside) ที่สูงกว่าทองคำอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องของความเสี่ยงขาลง (Downside) ที่ต่ำกว่า Bitcoin มากในช่วงเวลาที่ตลาดเกิดวิกฤต
ทีมนักวิเคราะห์เน้นย้ำว่า จังหวะเวลาในการขายออก (Exit Strategy) ยังคงมีความสำคัญ แม้จะใช้กลยุทธ์ DCA ก็ตาม และการ DCA จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเลือกสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
ที่มา : youtube
***การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย