
ซีอีโอ ContributionDAO มองว่า ตลาดคริปโทกำลังเข้าสู่ช่วงยากขึ้นทั้งสำหรับ Builder และ Trader หลังเผชิญปัจจัยเชิงลบหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องไหลไป AI–หุ้นสหรัฐฯ, DeFi ให้ผลตอบแทนลดลงแต่เสี่ยงสูงขึ้น และนักพัฒนาจำนวนมากออกจากอุตสาหกรรม
วานนี้ (12 พ.ค.) นายธรรมลักษณ์ สิงหพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ ContributionDAO (CDAO) ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X แสดงให้เห็นถึงมุมมองของเขาที่มีต่อตลาดคริปโทในปัจจุบัน โดยมองว่า ตลาดคริปโทกำลังเข้าสู่ช่วงยากขึ้นทั้งในมุม Builder และ Trader
อุตสาหกรรมคริปโทตอนนี้กำลังถูก “Extract Value” ซึ่งมันคือการที่ตลาดถูกดึงมูลค่าออกจากระบบหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากการแฮ็ก การโจมตีช่องโหว่ และ การทำ MEV ซึ่งเป็นการดักทำกำไรจากลำดับธุรกรรมบนบล็อกเชน เช่น บอทเห็นคำสั่งซื้อขายใน DeFi ก่อน แล้วส่งธุรกรรมตัดหน้า ทำให้ผู้ใช้ได้ราคาที่แย่ลง
อีกทั้ง สภาพคล่องจำนวนมากก็กำลังไหลออกจากคริปโทไปยังตลาด AI และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ได้มากกว่า ส่งผลให้ liquidity ในคริปโทลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ ในหนึ่งประเด็นที่ทำให้ตลาดคริปโทน่าสนใจลดลง คือ DeFi นายธรรมลักษณ์ชี้ว่า ผลตอบแทนปัจจุบันต่ำกว่าการลงทุนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม แต่กลับมีความเสี่ยงที่สูงกว่า ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้มูลค่าเชิงใช้งานของคริปโทบางส่วนลดลง จากเดิมที่ DeFi เคยโดดเด่นเรื่องผลตอบแทน
ที่สำคัญคือปัญหาจากทางฝั่งนักพัฒนา โดยนายธรรมลักษณ์ระบุว่า นักพัฒนาจำนวนมากได้ออกจากอุตสาหกรรมไปแล้ว และนับแค่จากคนรอบตัวเขาเอง ก็มีสัดส่วนสูงถึง 70–80% ที่ย้ายออกจากตลาดคริปโทไป
นอกจากนี้ เขายังมองว่า token ของโปรเจกต์ส่วนใหญ่ในตลาดแทบไม่มีมูลค่าจริง หากไม่สามารถสร้างรายได้จริง หรือ real revenue ได้ พร้อมชี้ว่าโปรเจกต์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, AI หรือ DeFi ยังไม่ถึงจุดที่พิสูจน์ได้ว่ามีตลาดรองรับจริง
อย่างไรก็ตาม นายธรรมลักษณ์มองว่า Trading และ Payment ยังเป็นสอง use case ที่แข็งแรงที่สุดของคริปโท เพราะมีคนใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เก็งกำไรบนแนวคิด และยังพิสูจน์ได้ว่าเป็นโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์ตลาดมากกว่าหมวดอื่น
ซีอีโอของ CDAO ยังเสริมอีกว่า เงินสนับสนุนในอุตสาหกรรมคริปโทลดลงอย่างมาก ทำให้ฝั่งผู้พัฒนา ต้องทำงานหนักขึ้น ขณะที่โอกาสจาก airdrop ก็หายากขึ้น และบางโปรเจกต์เริ่มเลือกเส้นทาง IPO แทนการแจก token
โดยสรุป นายธรรมลักษณ์มองว่า ตลาดคริปโทอาจกำลังเข้าสู่ช่วง “Reset” ครั้งใหม่ ซึ่งโปรเจกต์เก่าบางส่วนจะหายไป และโปรเจกต์รุ่นใหม่จะเกิดขึ้นมาแทน
ที่มา : X

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย