
CZ ระบุว่า “การขาดความเป็นส่วนตัว” บนธุรกรรมบล็อกเชน คือหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการนำคริปโทไปใช้เป็นสื่อกลางการชำระเงินในวงกว้าง
ในรายการพอดแคสต์ All-in ซึ่งมีพิธีกรคือ Chamath Palihapitiya ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance อย่าง Changpeng Zhao (CZ) ได้กล่าวว่า การขาดความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจและสถาบันการเงินยังไม่กล้านำคริปโทมาใช้ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
โดย CZ ได้ยกตัวอย่างว่า หากบริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานผ่านคริปโทบนบล็อกเชน ปัจจุบันใคร ๆ ก็สามารถคลิกดูที่อยู่กระเป๋าเงินต้นทางแล้วเห็นได้ทันทีว่าแต่ละคนได้รับเงินเท่าไร ซึ่งเป็นปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวที่ทำให้ภาคธุรกิจลังเลที่จะใช้งาน
ก่อนหน้านี้ CZ ยังเคยกล่าวถึงประเด็นความปลอดภัยทางกายภาพ โดยชี้ว่าความโปร่งใสบนเชนมากเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมได้
ความเห็นดังกล่าวสะท้อนการกลับมาของแนวคิด “cypherpunk” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคริปโท ที่เน้นการเข้ารหัสและการปกป้องข้อมูลจากการสอดส่องของรัฐหรือบุคคลที่สาม
ด้านผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองตรงกันว่า หากไม่มีเทคโนโลยีปกป้องความเป็นส่วนตัว ธุรกิจและสถาบันการเงินจะไม่สามารถนำคริปโทหรือ Web3 มาใช้จริงได้ เนื่องจากข้อมูลธุรกรรมอาจเปิดเผยความลับทางธุรกิจ ความสัมพันธ์ทางการค้า หรือแม้แต่สถานะทางการเงินของบริษัทให้คู่แข่งรับรู้
Avidan Abitbol อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาธุรกิจของโปรเจกต์คริปโท Kaspa ระบุว่า ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินจะไม่ยอมรับคริปโท แพลตฟอร์ม Web3 หรือบล็อกเชนอย่างจริงจัง หากไม่สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมได้อย่างเพียงพอ
Eran Barak อดีตซีอีโอ ของบริษัทด้านความเป็นส่วนตัว Shielded Technologies ระบุว่า การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของระบบ AI จะยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์แบบรวมศูนย์ที่เก็บข้อมูลสำคัญหรือมีมูลค่าสูง จะกลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับแฮกเกอร์ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยโจมตี
Barak เสริมว่า เมื่อ AI มีศักยภาพสูงขึ้นและสามารถรวบรวมเบาะแสต่าง ๆ เกี่ยวกับเป้าหมาย พร้อมประมวลผลเพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างเป็นระบบ เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชนจะยิ่งกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้องข้อมูลออนไลน์ที่มีมูลค่าสูง
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย