
DeFi ทรุดหนัก หลังโดนแฮ็กต่อเนื่อง สูญรวมทะลุ $600M ใน 3 สัปดาห์ ล่าสุดเคส Kelp DAO เร่งแรงขายขึ้นอีก ทำให้ TVL ร่วงเหลือ $82.4B ต่ำสุดในรอบปี
มูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ (TVL) ร่วงกว่า 25% นับตั้งแต่ต้นปีจาก 110,000 ล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ราว 82,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี
ตามข้อมูลของ TheBlock ระบุว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตี Kelp DAO ทำให้ TVL ของ DeFi ดิ่งกว่า 5.6% ใกล้ระดับรุนแรงสุดตั้งแต่ปี 2024
โดยมูลค่า TVL ทั้งหมดในแพลตฟอร์ม lending ร่วงหนักสุดที่ 13% ขณะที่แพลตฟอร์ม liquid staking ลด 3.4% และแพลตฟอร์ม DEX/derivatives ลดราว 2–3%
แรงกดดันที่เกิดขึ้นใน DeFi เริ่มจากเหตุ Kelp DAO ถูกแฮ็ก $292M ผ่าน bridge ข้ามเชน ก่อนลามกระทบทั้งระบบ โดยเฉพาะตลาดกู้ยืม (lending) และ liquid staking
การโจมตี Kelp DAO เป็นส่วนหนึ่งของการแฮ็กที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากที่ในช่วงต้นเดือนเม.ย. นี้ Drift Protocol ก็เพิ่งถูกแฮ็กไปมูลค่ากว่า 285 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่โดนแฮ็กเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง Resolv Labs, Hyperbridge และ Rhea Finance ซึ่งทำให้ความเสียหายทะลุ 600 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงสามสัปดาห์
Halborn บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์คริปโทระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นใน DeFi สร้างความเสียหาย 86 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม และลดลงเหลือ 23.5 ล้านดอลลาร์ ในกุมภาพันธ์ ก่อนจะเพิ่มเป็นกว่า 27 ล้านดอลลาร์ ในมีนาคม โดยเคส Drift ถือเป็นการแฮ็กบน Solana ที่ใหญ่สุดเท่าที่เคยมี
นอกจากนี้ ผลกระทบของการแฮ็ก Kelp ก็ลามไปสู่ Aave เมื่อแฮ็กเกอร์นำ rsETH ไปค้ำเพื่อกู้เงิน ทำให้แพลตฟอร์มต้อง “freeze” ตลาด และล็อกสภาพคล่องจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ใช้งานบางส่วนไม่สามารถถอนเงินได้
Arkhan บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชี้ว่า Kelp มีทางเลือกจำกัด หากไม่ระดมทุนจากภายนอก เช่น กระจายการขาดทุนให้ผู้ถือ rsETH ทั้งหมด ซึ่งคาดว่าผู้ที่ถือ rsETH จะขาดทุนราว 16%
หรือในอีกแนวทางหนึ่งคือให้ผู้ใช้งานในเครือข่าย Layer 2 รับภาระความสูญเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะกระทบผู้ใช้งานที่ถือ rsETH สูงถึง 267 ล้านดอลลาร์
ด้าน LayerZero บริษัท Kelp ใช้เพื่อ bridge สินทรัพย์ ระบุว่า เหตุเกิดจากการตั้งค่า verifier เดี่ยวของ Kelp (single point of failure) ไม่ใช่บั๊กโปรโตคอล ขณะเดียวกันความขัดแย้งระหว่าง Kelp, Aave และ LayerZero เริ่มปะทุ หลังแต่ละฝ่ายเริ่มโยนความผิดให้กันและกัน
ที่มา : theblock

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย