
DTCC สำนักหักบัญชีระดับโลก ประกาศเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม Tokenization เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคมนี้ นำร่องแปลงหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สู่เทคโนโลยีบล็อกเชน หวังลดต้นทุนและยกระดับตลาดทุนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่
DTCC (Depository Trust & Clearing Corporation) ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และสำนักหักบัญชียักษ์ใหญ่ที่เป็นหัวใจสำคัญของวอลล์สตรีท ประกาศแผนเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenized securities) โดยจะเริ่มเปิดทดสอบระบบซื้อขายแบบจำกัดวงในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น “โทเคนไนเซชัน” (Tokenization) คือกระบวนการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น หุ้น หรือพันธบัตร มาสร้างเป็นตัวแทนในรูปแบบดิจิทัลบนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) โดยบริการใหม่ของ DTCC จะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ สามารถออกสินทรัพย์เวอร์ชันดิจิทัลที่ตนเองดูแลอยู่ได้ โดยที่สิทธิความเป็นเจ้าของและการคุ้มครองทางกฎหมายของนักลงทุนจะยังคงเดิมทุกประการ
Frank La Salla ประธานและซีอีโอของ DTCC เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีโทเคนไนเซชันจะเข้ามาพลิกโฉมการทำงานของตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้สนับสนุนเทคโนโลยีนี้มองว่า มันจะช่วยลดระยะเวลาในการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement) ลดต้นทุนการดำเนินการ รวมถึงเปิดตลาดให้ผู้เข้าร่วมรายใหม่ๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มสภาพคล่องและความโปร่งใสให้กับนักลงทุน
โปรเจกต์นี้ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับวงการการเงิน เพราะ DTCC เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับแกนกลางของตลาดสหรัฐฯ ที่ประมวลผลการซื้อขายมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน และเป็นผู้รับฝากสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลกว่า 114 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบบใหม่นี้ได้รับการพัฒนาร่วมกับบริษัทชั้นนำกว่า 50 แห่ง ทั้งฝั่งสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่าง BlackRock, Goldman Sachs, JPMorgan และบริษัทฝั่งคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง Anchorage และ Circle
ในแง่ของกฎหมายและการกำกับดูแล โครงการนี้สามารถเดินหน้าได้เนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้ออก “จดหมายผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมาย” (No-action letter) ให้กับทาง DTCC ซึ่งเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะไม่เอาผิดหรือดำเนินการทางกฎหมายใดๆ หากบริษัทให้บริการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนภายใต้ขอบเขตที่กำหนด โดยในระยะแรกจะครอบคลุมถึงหุ้นในดัชนี Russell 1000, กองทุน ETF และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวของ DTCC ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของวอลล์สตรีทที่กำลังแข่งขันกันสร้าง “ตลาดเดียว” ที่รวมทุกสินทรัพย์ไว้บนโครงสร้างเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร หรือคริปโทเคอร์เรนซีสามารถซื้อขายร่วมกันได้
โดยคู่แข่งรายอื่นๆ ก็กำลังเร่งเครื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Nasdaq ที่กำลังร่วมมือกับบริษัทแม่ของกระดานเทรด Kraken เพื่อสร้างกรอบการออกหุ้นบนบล็อกเชน (คาดว่าจะเปิดตัวได้เร็วที่สุดในปี 2027) รวมถึง Intercontinental Exchange ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ที่ได้จับมือกับแพลตฟอร์ม OKX เพื่อเตรียมลุยตลาดหุ้นในรูปแบบโทเคนด้วยเช่นกัน
ที่มา : coindesk

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย