
ไม่ได้มาเล่นๆ DV8 เร่งเครื่องเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเต็มตัว ประกาศเข้าซื้อ “รักขา ดิจิทัล” ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้กำกับ ก.ล.ต. พร้อมเตรียมอัดฉีดเงินเพิ่มทุนอีก 100 ล้านบาท ท่ามกลางสัญญาณรีแบรนด์เป็น ASTR ที่ชวนให้นึกถึง MSTR ของไมเคิล เซเลอร์
สองโลกกำลังเชื่อมเข้าหากัน ล่าสุด บมจ. ดีวี8 (DV8) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เดินหน้ารุกธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านการเข้าซื้อหุ้น “รักขา ดิจิทัล” (Rakkar) ในสัดส่วน 100% ดันขึ้นแท่นเป็นบริษัทย่อยเต็มรูปแบบ พร้อมวางแผนเพิ่มทุนอีก 100 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนและรองรับเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสุทธิของ ก.ล.ต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา DV8 แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Rakkar จากผู้ถือหุ้นเดิม โดยหลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขครบถ้วนและธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ DV8 จะถือหุ้น 100% ส่งผลให้ Rakkar กลายเป็นบริษัทย่อยทันที
สำหรับ บริษัท รักขา ดิจิทัล จำกัด หรือ Rakkar เป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (custodian) เปรียบเสมือน “ตู้เซฟคริปโทฯ” ที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากดีลเทกโอเวอร์ DV8 ยังเตรียมเพิ่มทุนใน Rakkar ไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและรองรับข้อกำหนด “เงินกองทุนสุทธิ” ตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีเงินสำรองเพียงพอเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ
แหล่งเงินทุนสำหรับดีลนี้จะมาจากกระแสเงินสดภายในบริษัท โดยหลังการเข้าซื้อ DV8 เตรียมส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการใน Rakkar จำนวน 3 คน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและกรรมการยังต้องรอการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
***บริการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ในไทยยังมีผู้เล่นน้อยราย
บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยยังมีผู้เล่นจำกัด ปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตเพียง 2 ราย ได้แก่ Rakkar และ บริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด สะท้อนการแข่งขันที่ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับธุรกิจคริปโทฯ ประเภทอื่น
***เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้น 24 เม.ย. “เปลี่ยนชื่อ-เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท”
อีกด้านหนึ่ง DV8 เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายนนี้ เพื่อเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “บมจ. แอสตรา เอ็นเตอร์ไพรส์” พร้อมเปลี่ยนตัวย่อเป็น ASTR และขยายวัตถุประสงค์ธุรกิจครอบคลุมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนหลายข้อ เช่น ประกอบธุรกิจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและทรัพย์สินดิจิทัล ประกอบกิจการซื้อ ขาย และซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลและทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อการลงทุน (เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) และประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมใดๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและใบอนุญาตที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น
ทั้งนี้ ตัวย่อใหม่ ASTR เป็นที่น่าสังเกตว่ามีความใกล้เคียงกับ MSTR ของบริษัท Strategy ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลก ปัจจุบันถือกว่า 762,099 BTC และยังเดินหน้าสะสมอย่างต่อเนื่อง

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย