
ประธานธนาคารกลางยุโรป ชี้ว่า ยุโรปไม่ควรลอกโมเดล stablecoin สหรัฐฯ ที่เหรียญถูกออกโดยเอกชน แม้ตลาดถูกดอลลาร์ครองเกือบทั้งหมด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน
Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในงาน Bank of Spain’s LatAm Economic Forum ว่า “ยุโรปยังไม่มีเหตุผลหนักพอที่จะเร่งผลักดัน stablecoin สกุลยูโร” โดยมองว่าเทคโนโลยีเบื้องหลัง stablecoin สามารถทดแทนได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารกลาง
“stablecoin ยูโรที่ออกโดยเอกชนยังไม่ใช่คำตอบหลักของยุโรป เพราะธนาคารกลางสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีแบบเดียวกันได้ ขณะที่การปล่อยให้เอกชนออกเงินดิจิทัลขนาดใหญ่ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน” Lagarde กล่าว
มุมมองของ Lagarde เกิดขึ้นท่ามกลาง Qivalis กลุ่มความร่วมมือของธนาคารใหญ่ยุโรป 12 แห่ง รวมถึง ING, BBVA, BNP Paribas, Danske Bank และ UniCredit เตรียมเปิดตัว ดิจิทัลยูโร ที่ออกโดยเอกชนภายในปีนี้ และไม่ใช่ CBDC
Jan-Oliver Sell ซีอีโอของ Qivalis ระบุว่า หากยุโรปไม่มี “เงินยูโรบน on-chain” ที่มีสภาพคล่องมากพอ ทางเลือกเดียวที่ตลาดจะใช้คือดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบอธิปไตยทางการเงินและดิจิทัลของยุโรป
Lagarde ย้ำว่า stablecoin อาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน โดยเฉพาะช่วงตลาดตึงเครียด พร้อมยกกรณีของ Silicon Valley Bank ที่ล่มสลายในเดือน มี.ค. 2023 ซึ่งทำให้ USDC หลุด peg ชั่วคราว หลัง Circle เปิดเผยว่ามีเงินสำรอง 3.3 พันล้านดอลลาร์ฝากอยู่กับธนาคารดังกล่าว
ประธาน ECB เสริมว่า หาก stablecoin เติบโตจนมีขนาดใหญ่ขึ้น การไถ่ถอนเหรียญพร้อมกันจำนวนมากอาจบีบให้ผู้ออกเหรียญต้องขายสินทรัพย์สำรอง เช่น พันธบัตรหรือเงินฝาก เพื่อจ่ายคืนผู้ถือเหรียญ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะในกรณีของผู้ออกเหรียญไม่ใช่ธนาคาร
ปัจจุบัน stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะ USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle ครองอิทธิพลสูงในตลาดโลก โดย Lagarde ชี้ว่ามูลค่าเหรียญหมุนเวียนเพิ่มจาก 10,000 ล้านดอลลาร์เป็น 310,000 ล้านดอลลาร์ในเวลา 6 ปี
อีกประเด็นที่ ECB กังวลคือ ตลาด stablecoin เกือบ 90% ถูกควบคุมโดยผู้ออกเพียง 2 ราย คือ Tether และ Circle ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง หากสินทรัพย์กลุ่มนี้กลายเป็นโครงสร้างหลักของการชำระเงินดิจิทัล
แม้ Lagarde ยอมรับว่ายุโรปต้องตอบโต้ความเสี่ยง “digital dollarization” หรือการที่ระบบดิจิทัลพึ่งพาดอลลาร์มากเกินไป แต่ก็มองว่าทางออกไม่ใช่แค่ผลักดัน stablecoin ยูโรโดยเอกชน
ทิศทางหลักของ ECB คือการพัฒนาเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC ผ่านโครงการ digital euro โดย Lagarde ระบุว่า ยุโรปต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ทำให้ stablecoin และ tokenized money รูปแบบอื่นทำงานอยู่ในกรอบที่ยึดโยงกับเงินธนาคารกลาง
ก่อนหน้านี้ Lagarde ระบุว่า ECB ตั้งเป้าออก digital euro ภายในปี 2029 หากฝ่ายนิติบัญญัติยุโรปผ่านกฎที่จำเป็นภายในปี 2026 โดยขั้นเตรียมการ เช่น โครงการนำร่องและธุรกรรมทดสอบ อาจเริ่มได้เร็วสุดช่วงกลางปี 2027
ที่มา : coindesk

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย