
Grayscale ระบุว่า ภาพจำของ Bitcoin ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” กำลังถูกท้าทายอย่างจริงจัง หลังพฤติกรรมราคาช่วงหลังเริ่มเคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงสูง มากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยแบบทองคำ
วานนี้ (10 ก.พ.) Grayscale ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ที่เขียนโดย Zach Pandl โดยกล่าวว่า แม้บริษัทยังคงมองว่า Bitcoin เป็นแหล่งเก็บมูลค่าในระยะยาว จากคุณสมบัติที่มีอุปทานจำกัดและความเป็นอิสระจากธนาคารกลาง แต่ในระยะสั้น พฤติกรรมราคากลับไม่สอดคล้องกับบทบาท “Safe Haven”
Pandl ชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับทองคำหรือโลหะมีค่าอื่น ๆ เลย แม้ราคาทองและโลหะเงินจะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ Bitcoin กลับปรับตัวลงแรง
ในทางตรงกันข้าม รายงานพบว่า Bitcoin เริ่มมีความสัมพันธ์สูงกับหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเผชิญแรงขายอย่างหนัก จากความกังวลว่าเทคโนโลยี AI อาจเข้ามาแทนที่หรือกระทบโมเดลธุรกิจเดิม
Grayscale มองว่า ความเชื่อมโยงของ Bitcoin กับตลาดหุ้นและสินทรัพย์เติบโต (growth assets) สะท้อนถึงการที่ Bitcoin ถูกผนวกรวมเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมมากขึ้น ทั้งจากบทบาทของนักลงทุนสถาบัน, การเติบโตของ Bitcoin ETF และบรรยากาศการรับความเสี่ยงในตลาดโลก
ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin ปรับฐานลงราว 50% จากจุดสูงสุดเหนือ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม โดยการปรับลงเกิดเป็นระลอก เริ่มจากเหตุการณ์บังคับขายครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม 2025 ต่อเนื่องด้วยแรงขายในปลายพฤศจิกายน และปลายมกราคม 2026
ทั้งนี้ Grayscale ยังชี้อีกว่า แรงขายจากนักลงทุนสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในช่วงหลัง สะท้อนจากราคาที่ซื้อขายบน Coinbase ซึ่งยังคงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับตลาดอื่น
อย่างไรก็ตาม Grayscale มองว่า การที่ Bitcoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลบภัยได้เต็มที่ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการ”
Pandl ระบุว่า เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลที่จะคาดหวังให้ Bitcoin เข้ามาแทนที่ทองคำได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากทองคำถูกใช้เป็นเงินมานานนับพันปี และเคยเป็นแกนกลางของระบบการเงินโลกจนถึงทศวรรษ 1970
แม้ Bitcoin ยังไม่อยู่ในจุดนั้น แต่ก็เป็นแก่นสำคัญของธีมการลงทุนในระยะยาว และอาจค่อย ๆ พัฒนาไปสู่บทบาทดังกล่าว เมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น ผ่าน AI, ระบบอัตโนมัติ และตลาดการเงินแบบโทเคน
ในระยะสั้น Grayscale มองว่า การฟื้นตัวของ Bitcoin จะขึ้นอยู่กับเงินทุนใหม่ ไม่ว่าจะมาจากกระแสเงินไหลเข้า ETF หรือการกลับมาของนักลงทุนรายย่อย ขณะที่ Wintermute ระบุว่า เม็ดเงินรายย่อยช่วงนี้ยังเทไปที่หุ้นธีม AI และการเติบโต ทำให้ความต้องการคริปโทยังถูกจำกัดในระยะสั้น
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย