JPMorgan มองกม.CLARITY อาจผ่านกลางปี หนุนคริปโทฯครึ่งปีหลัง-ช่วยชีวิตเหรียญดังเพียบ!

efinAI
JPMorgan ประเมินร่างกฎหมาย CLARITY Act มีลุ้นผ่านสภาช่วงกลางปีนี้ ชี้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาพลิกฟื้นตลาดในครึ่งปีหลัง พร้อมช่วยชีวิตเหรียญดังเพียบ XRP, Solana, Doge
ทีมวิเคราะห์จาก JPMorgan นำโดย Nikolaos Panigirtzoglou ออกรายงานประเมินทิศทางตลาดคริปโทเคอร์เรนซี โดยระบุว่าร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ CLARITY Act มีโอกาสสูงที่จะได้รับการอนุมัติภายในช่วงกลางปีนี้
ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยุติยุคสมัยของการบังคับใช้กฎหมายแบบปราบปราม และกลายเป็นตัวเร่งให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง
แม้สภาผู้แทนราษฎรจะผลักดันร่างกฎหมายนี้คืบหน้าไปมาก แต่ในชั้นวุฒิสภายังคงมีการเจรจาอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นการจ่ายดอกเบี้ยบนสเตเบิลคอยน์ที่กลุ่มธนาคารดั้งเดิมกังวลว่าจะเข้ามาแย่งฐานเงินฝาก รวมถึงข้อเสนอของพรรคเดโมแครตที่ต้องการสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเข้ายุ่งเกี่ยวกับการลงทุนคริปโทฯ ซึ่งทำเนียบขาวกำลังเร่งหาข้อสรุปในเรื่องนี้
หากกฎหมายผ่านฉลุย ทีมวิเคราะห์มองว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกหลายด้าน โดยไฮไลต์สำคัญคือการสร้างความชัดเจนในการจัดประเภทโทเคน ว่าจะเป็น “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” ที่ดูแลโดย CFTC หรือ “หลักทรัพย์ดิจิทัล” ภายใต้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านกฎระเบียบลงอย่างมหาศาล
ที่สำคัญคือมี “ข้อยกเว้นย้อนหลัง” สำหรับสินทรัพย์ที่โยง ETF อย่าง XRP, Solana, Litecoin, Hedera, Dogecoin และ Chainlink ให้ไปอยู่ใต้กฎเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่าของ CFTC แทนการถูกคุมเข้มในฐานะหลักทรัพย์
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้อาจเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสถาบันหันมาสนใจเงินฝากรูปแบบโทเคน (Tokenized deposits) มากกว่าสเตเบิลคอยน์แบบเดิม นักวิเคราะห์ระบุว่าข้อกำหนดใหม่นี้อาจกดดันสเตเบิลคอยน์ในสหรัฐฯ อย่างหนัก เนื่องจากพวกมันจะถูกลดสถานะลงเป็นเพียงเครื่องมือแทนเงินสดดิจิทัล มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน
ทีมวิเคราะห์ยังคงประเมินเป้าหมายราคาบิตคอยน์ไว้สูงถึง 266,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการคำนวณโดยอาศัยการเปรียบเทียบสัดส่วนความผันผวนกับราคาทองคำเป็นเกณฑ์หลัก
ที่มา : theblock
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Editing by

ชัชชญา อังคุลี
บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย










