
ผลวิจัยชี้! Prediction Market ไม่ได้แม่นเพราะ “ฝูงชน” แต่แม่นเพราะ “คนส่วนน้อยที่มีข้อมูลวงใน” มีเพียง 3% ที่ทำกำไรได้ ขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นฝั่งขาดทุน
Roberto Gómez-Cram, Yunhan Guo, Theis Ingerslev Jensen และ Howard Kung นักวิจัยจาก London Business School และ Yale ได้วิเคราะห์ข้อมูล Polymarket ระหว่างปี 2023–2025 ครอบคลุม 1.72 ล้านบัญชี และมูลค่าซื้อขายกว่า 13,760 ล้านดอลลาร์
โดยพบว่า มีผู้เทรดเพียงราว 3% เท่านั้น ที่เป็นตัว “ขยับราคา” ของตลาดจริงๆ โดยคนกลุ่มนี้มักมีข้อมูลหรือความเข้าใจที่มากกว่า ทำให้การตัดสินใจของพวกเขาช่วยพาราคาเข้าใกล้ผลลัพธ์จริง
ในทางกลับกัน เทรดเดอร์อีก 97% แม้จะช่วยสร้างสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขาย แต่โดยรวมกลับเป็น “ฝั่งขาดทุน” ซึ่งกำไรของกลุ่มที่มีข้อมูล (informed traders) มาจากผู้เล่นส่วนใหญ่เหล่านี้โดยตรง
ความท้าทายสำคัญคือการแยกว่าใคร “เก่งจริง” หรือแค่ “ดวงดี” เนื่องจากมีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านบัญชีบน Polymarket ทำให้มีผู้ที่ทำกำไรสูงจากความบังเอิญจำนวนไม่น้อย
นักวิจัยจึงจำลองการเดิมพันของแต่ละบัญชีซ้ำถึง 10,000 ครั้ง โดยคงทุกปัจจัยเดิม ทั้งตลาด เวลา และมูลค่าเดิมพัน แต่สุ่มทิศทางซื้อ-ขายด้วยการ “โยนเหรียญ” เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานออกมา โดยหากผลลัพธ์จริงชนะการสุ่มอย่างต่อเนื่องจึงถือว่าเป็นทักษะ ไม่ใช่โชค
ผลจากการทดสอบพบว่า ในกลุ่มผู้ทำกำไรสูงสุด มีเพียง 12% ที่ชนะ benchmark ได้จริง ขณะที่ผู้ชนะจำนวนมากเป็นเพียง “ผู้โชคดีชั่วคราว” โดยราว 60% กลายเป็นขาดทุน เมื่อนำไปทดสอบกับเหตุการณ์ชุดใหม่
กิจกรรมของเทรดเดอร์ที่มีทักษะ มีบทบาทสำคัญต่อ “ความแม่นยำของตลาด” โดยยิ่งกลุ่มนี้มีสัดส่วนการเทรดมากขึ้น ราคายิ่งสะท้อนผลลัพธ์จริงได้ใกล้เคียงมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงท้ายก่อนรู้ผล
เทรดเดอร์กลุ่มนี้ยังเป็น “กลุ่มแรก” ที่ตอบสนองต่อข้อมูลใหม่ เช่น การประกาศของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือผลประกอบการบริษัท ด้วยการปรับสถานะทันที ขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่แทบไม่ตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบด้านข้อมูลนี้เอง กลายเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อข้อมูลที่ใช้ไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะ หรือไม่ควรถูกนำมาใช้ในการเทรด
ทั้ง Polymarket และ Kalshi ต่างยืนยันว่า การใช้ข้อมูลวงใน (non-public information) ในการซื้อขาย เป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเคร่งครัด
งานวิจัยได้ยกตัวอย่างกรณีการปลด Nicolás Maduro ในเวเนซุเอลา โดยพบว่า ในช่วงก่อนเหตุการณ์ มีบัญชีใหม่ 3 บัญชีเข้าซื้อสัญญาในปริมาณมาก ขณะที่ตลาดยังประเมินโอกาสไว้เพียงราว 10% ก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง และสร้างกำไรจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ
ทั้งนี้ บัญชีใหม่บางรายวางเดิมพันขนาดใหญ่ผิดปกติ ก่อนที่ราคาจะขยับ และหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็สามารถทำกำไรรวมกว่า 630,000 ดอลลาร์ จากนั้นบัญชีส่วนใหญ่ก็หยุดเคลื่อนไหวทันที แม้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการกระทำผิด
หากเป็นการใช้ข้อมูลวงในจริง การเทรดลักษณะนี้จะ “ผันผวนแรงกว่า” เทรดเดอร์ทั่วไปถึง 7–12 เท่าต่อเงินที่ใช้ แต่เกิดขึ้นไม่บ่อย และมักจำกัดอยู่ในบางเหตุการณ์เท่านั้น โดยภาพรวมตลาดยังพึ่งพากลุ่มเทรดเดอร์ที่มีทักษะอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการเดิมพันครั้งเดียว
ที่มา : coindesk

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย