
ประธาน SEC ชี้ NFT ส่วนใหญ่ไม่เข้าข่าย “หลักทรัพย์” โดยมองเป็นสินทรัพย์สะสมมากกว่าการลงทุน พร้อมย้ำการพิจารณาขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละกรณี
ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ ออกมาให้ความชัดเจนเพิ่มเติมว่า Non-Fungible Token (NFT) โดยทั่วไป “ไม่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์” ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ
โดย Atkins ระบุว่า SEC ได้แบ่งสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 4 กลุ่มหลักที่มักไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities), เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools), ของสะสมดิจิทัล เช่น NFT และ Stablecoin
อย่างไรก็ตาม ประธาน SEC ย้ำว่า การพิจารณายังคงขึ้นอยู่กับ “ลักษณะและบริบทของแต่ละกรณี” โดยเฉพาะว่ามีลักษณะเป็น “สัญญาการลงทุน” หรือไม่
Atkins เสริมว่า NFT มักถูกมองคล้ายของสะสม เช่น การ์ดกีฬา หรือมีม ที่ผู้ซื้อถือครองเป็นชิ้น ๆ มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
“ของสะสมเหล่านี้ เช่น การ์ดเบสบอล มีม หรือ NFT คือสิ่งที่คนซื้อมาเก็บ มันไม่ใช่สินทรัพย์ที่ถูกเทรดเหมือนการลงทุนทั่วไป” Atkins กล่าว
ขณะเดียวกัน SEC กำลังปรับแนวทางกำกับดูแลใหม่ โดยลดการใช้ “การบังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก” และหันมาเน้นการออกแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น
Atkins ระบุว่า แนวทางใหม่นี้เป็นการ “ฉีกจากอดีตอย่างสิ้นเชิง” และมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมคริปโท พร้อมทั้งสนับสนุนนวัตกรรมอย่าง Tokenization
นอกจากนี้ Atkins ยังยอมรับอีกว่า แนวทางในอดีตอาจทำให้สหรัฐฯ ตามหลังการพัฒนาด้านคริปโทไปเกือบ 10 ปี และตั้งเป้าที่จะเร่งฟื้นความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย