
ก.ล.ต.สั่ง “อีอาร์เอ็กซ์” แจงข้อเท็จจริงด่วนภายใน 7 วัน หลังพบข้อมูลกรรมการของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 รายมีความเชื่อมโยงกับ CAI ที่เพิ่งถูกทางการสิงคโปร์ดำเนินคดีฐานอาจเข้าข่ายฟอกเงิน ย้ำ! ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม
วันนี้ (12 มี.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมการของบริษัท คริปโทสเฟียร์ และบริษัท อาร์โออี เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม โดยให้นำส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. ภายใน 7 วัน
ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับกองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์ และธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ดำเนินการกับ Capital Asia Investment (CAI) พร้อมจับกุมกรรมการของ CAI จำนวน 2 ราย และได้ยึดทรัพย์สินของ CAI เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน
ก.ล.ต. พบข้อมูลว่า บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ใช้ชื่อทางการค้าว่า KuCoin Thailand) ซึ่งให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีบริษัท คริปโทสเฟียร์ เวนเจอร์ จำกัด (บริษัท คริปโทสเฟียร์) และบริษัท อาร์โออี จำกัด (บริษัท อาร์โออี) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่ามีกรรมการที่เป็นหนึ่งในกรรมการของ CAI และเป็นกรรมการของบริษัท คริปโทสเฟียร์ และ บริษัท อาร์โออี ด้วย
ก.ล.ต. จึงสั่งการให้บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีกรรมการใน 2 บริษัทดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5 ของประกาศกระทรวงการคลัง ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 แห่งพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมนำส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ ก.ล.ต. ภายใน 7 วัน หรือครบกำหนดในวันที่ 19 มีนาคม 2569

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย