
เดินหน้า! หลังจากก.ล.ต.ลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์
ล่าสุด เปิดเฮียริ่งทบทวนนิยาม “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” เพื่อเดินหน้ายกระดับเครื่องมือตรวจสอบ “ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (23 ธ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่เอกสารเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องหลักการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบ
ความเคลื่อนไหวนี้ สืบเนื่องจากช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้ลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่าง 15 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อประกาศเจตนารมย์ในการต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ยับยั้งการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางการฟอกเงิน และให้คำปรึกษาภัยหลอกลงทุน
“หลังจากลงนาม ก.ล.ต. ได้มีการหารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายและกฎเกณฑ์ เพื่อยกระดับการมีเครื่องมือในการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการจัดโครงสร้างการถือหุ้น ในเชิงธุรกิจที่ซับซ้อน” ในเอกสารระบุ
จึงนำมาสู่การพิจารณาทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในครั้งนี้
“โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบดังกล่าว เพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้ไปถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน” ก.ล.ต.ระบุบนเว็บไซต์
สำหรับหลักเกณฑ์ที่เสนอปรับปรุงดังกล่าวครอบคลุมถึงการขยายนิยาม “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” โดยให้รวมถึงผู้มีอำนาจควบคุม (จากเดิมที่นิยามผู้ถือหุ้นใหญ่หมายถึง บุคคลที่ถือหุ้นในผู้ประกอบธุรกิจไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกินกว่า 10%) ตลอดจนเพิ่มเติมวิธีการคำนวณแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro-rata method) โดยต้องพิจารณารวมกับคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และพฤติกรรมการมีเจตนาร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงไปในทางเดียวกัน หรือการให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน (acting in concert) ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องขอรับความเห็นชอบสะท้อนถึงความเป็นเจ้าของและอำนาจควบคุมที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้เกิดความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจฯ และความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนในภาพรวมต่อไป
โดย ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 มกราคม 2569

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย