
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันเทรนด์โลก เล็งเพิ่มสินค้าใหม่ Crypto ETF ในปีนี้ เตรียมหารือ ก.ล.ต. หวังเพิ่มทางเลือกนลท.รุ่นใหม่ให้เข้ามาเทรดใน SET
วันนี้ (13 ธ.ค.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี พ.ศ. 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันกับเทรนด์การลงทุนระดับโลก และเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักลงทุน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ SET ระบุว่า มีแผนเพิ่มสินค้าใหม่ กองทุนรวมอ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Crypto ETF ภายในปี 2569 เพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการ เพิ่มสภาพคล่องตลาด และเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ
“Crypto ETF ยังอยู่ระหว่างการศึกษา คาดเห็นความชัดเจนในปีนี้ โดยได้มีการหารือกับก.ล.ต.ในภาพใหญ่แล้ว” นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และสายงานการตลาด ตลท. กล่าว
การเตรียมเปิดตัว Crypto ETF อยู่ภายใต้หนึ่งใน 3 กลยุทธ์หลักของแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ภายใต้กลยุทธ์ “Exciting Markets with Confidence” ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพิ่มผลิตภัณฑ์ในตลาด และดึงดูดกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ
โดย SET ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า ในปี 2569 จะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ อาทิ Bond Connect Platform, Crypto ETF, DR และ L&I ETF เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้อมูลจาก SET แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันในไทยมี ETF ทั้งหมด 13 กองทุน และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 19,022 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล
การเปิดตัว Crypto ETF ของ SET สอดรับกับเทรนด์โลกในปัจจุบัน ที่หลายประเทศเริ่มอนุมัติกองทุนลักษณะนี้ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน
นายนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดเผยกับ”สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า หากมี Crypto ETF จะช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจอย่าง Custodian (ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล) ที่จะมีบทบาทชัดเจนมากขึ้น
จากเดิมที่คริปโทฯ เป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก การมี ETF จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อโพรดักต์นี้ในวงกว้าง คล้ายกับที่ Bitcoin ETF เคยมีบทบาทในการขยายตลาดต่างประเทศในช่วงแรก
นายนเรศยังมองว่า การที่ผู้เล่นดั้งเดิม หรือองค์กรขนาดใหญ่เริ่มเข้ามาในตลาดคริปโทฯ จะเพิ่มความต้องการในบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกใหม่ และสร้าง โมเดลรายได้ใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจในประเทศ รวมถึงยังเป็นการสร้างสายอาชีพใหม่อีกด้วย
ในด้านของการเพิ่มสภาพคล่อง นายนเรศ ระบุว่า ในช่วงแรกสภาพคล่องของ Crypto ETF อาจยังไม่สูงนัก แต่จะเป็น สภาพคล่องใหม่ ที่เข้ามาจากกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ซึ่งมีความคุ้นเคยกับคริปโทฯ อยู่แล้ว แตกต่างจากนักลงทุนรุ่นก่อนที่อาจยังลังเล
สำหรับฝั่งนักลงทุนสถาบันในไทย การมาของ Crypto ETF จะเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้เข้าถึงคริปโทฯ ได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกที่คุ้นเคยอย่างตลาดทุน และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยดึงดูด “เม็ดเงินใหม่” โดยเฉพาะจากสถาบันที่ต้องการลงทุนในคริปโทฯ แต่ยังรอโครงสร้างที่มั่นคงและปลอดภัย
สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ล่าสุดนี้ แสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างของหน่วยงานกำกับในไทยในฝั่งหลักทรัพย์ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล จากนี้ก็ต้องมาติดตามกันว่า Crypto ETF จะสามารถแจ้งเกิดได้ในปีนี้ตามโรดหรือไม่
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวยืนยันว่า ตลาดทุนไทยไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน และนักลงทุนต่างชาติก็ไม่ได้มองตลาดทุนไทยว่าเป็นแหล่งฟอกเงินด้วย ขณะที่ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการปลุกประเด็น กระแสเพื่อเรียกร้องความสนใจมากกว่า
“ทุนเทาที่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจของไทย มองว่ากว่าจะมาถึงบริษัทจดทะเบียน หรือตลาดทุนไทย น่าจะเป็นปลายน้ำแล้ว อย่างไรก็ดีเราพร้อมให้ความร่วมมือ หากมีข้อมูลที่มองว่าเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของทุกสำนักงานของรัฐ แต่ทุกวันนี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาขอข้อมูลอะไรจากตลาดหลักทรัพย์ฯ” นายอัสสเดช กล่าว
อ้างอิง : SET

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย