
“Solana” จับมือ “Google Cloud” เปิดตัว “Pay.sh” บริการตัวกลางให้ AI จ่ายเงินค่าใช้งาน API ได้เองด้วย Stablecoin แบบจ่ายตามการใช้งานจริง
ความก้าวหน้าของ AI กำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อล่าสุดมูลนิธิโซลานาได้จับมือกับ Google Cloud เปิดตัวบริการใหม่ในชื่อ “Pay.sh” บริการนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ระบบ AI อัตโนมัติ (AI Agents) สามารถค้นหาและจ่ายเงินค่าเข้าถึงระบบเชื่อมต่อข้อมูล (API) ได้ด้วยตัวเองโดยใช้ Stablecoin บนเครือข่าย Solana
จ่ายเศษสตางค์ตามจริง ไม่ง้อระบบรายเดือน
ปกติการซื้อบริการเครื่องมือทางเทคโนโลยีมักจะต้องสมัครสมาชิกแบบรายเดือน หรือมีกำหนดขั้นต่ำในการใช้จ่าย แต่ระบบ Pay.sh จะเปิดให้ AI จ่ายเงินแบบ “จ่ายตามจริงต่อครั้ง” (Pay-per-request) ซึ่ง AI สามารถจ่ายเงินในมูลค่าที่เล็กน้อยมากๆ ระดับเศษเสี้ยวของเซนต์ต่อการเรียกใช้งาน 1 ครั้งได้เลย
การเปิดตัวนี้ทำให้ AI สามารถเข้าถึงบริการของ Google Cloud ได้อย่างอิสระ เช่น Gemini, BigQuery และ Vertex AI รวมถึงเข้าถึงผู้ให้บริการ API รายอื่นๆ อีกกว่า 50 ราย ไม่ว่าจะเป็น Claude Code ของ Anthropic, Codex ของ OpenAI รวมไปถึงแพลตฟอร์มให้ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำอย่าง Helius, Alchemy, Dune Analytics และ Nansen
เบื้องหลังของบริการตัวนี้จะทำงานอย่างไร
ระบบทำงานโดยใช้ Solana Wallet ของตัว AI เองเป็นเสมือน “บัตรประชาชน” ในการยืนยันตัวตนและชำระเงิน (ระบบ Pay.sh จะให้ AI เชื่อมต่อกับ Solana Wallet) ทำให้ตัดปัญหาความยุ่งยากในการสร้างบัญชี การทำ KYC หรือการจัดการรหัส API Key ออกไป
เบื้องหลังของบริการนี้จะทำงานผ่าน API Proxy บนระบบคลาวด์ของ Google และเชื่อมโยงการทำงานด้วย โปรโตคอล x402 (x402 protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดด้านการชำระเงินสำหรับ AI ที่ริเริ่มสร้างโดยบริษัท Coinbase และนอกจากนี้ ตัวระบบยังรองรับ Machine Payments Protocol (MPP) ซึ่งพัฒนาโดย Tempo และ Stripe อีกด้วย
สรุปง่ายๆ คือ Pay.sh เป็นเครื่องมือที่มาทลายข้อจำกัดเดิมๆ โดยอนุญาตให้ AI สามารถตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าเชื่อมต่อระบบต่างๆ ได้เองด้วยคริปโทฯ ในระดับเศษสตางค์
บล็อกเชนที่ทำได้มากกว่าแค่การเก็งกำไร
การเปิดตัว Pay.sh เกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและคริปโทเคอร์เรนซี ที่ต่างกำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินสำหรับ AI เป้าหมายหลักของแพลตฟอร์มเหล่านี้คือกลุ่มนักพัฒนาในองค์กรที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก “เงินที่สามารถเขียนโปรแกรมสั่งการได้” (Programmable money) เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ระบบการโอนเงินหรือการจ่ายเงินแบบดั้งเดิมไม่สามารถรองรับการทำงานของ AI ได้
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว Coinbase เพิ่งเปิดตัวแอปสโตร์ระบบ x402 สำหรับ AI ในขณะที่ฝั่ง Google เองก็พยายามขยายบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการจ่ายเงินด้วยคริปโทฯ มาโดยตลอด ขณะที่บริษัทด้านการชำระเงินระดับโลกอย่าง Stripe และ MoonPay ก็มีความเคลื่อนไหวในการให้อำนาจ AI สามารถทำธุรกรรมผ่านเหรียญ Stablecoin แทนผู้ใช้งานได้แล้ว
ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมกำลังพยายามพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถนำมาใช้งานจริงในระดับธุรกิจและมีประโยชน์มากกว่าแค่การเทรดเพื่อเก็งกำไรเท่านั้น
ที่มา : decrypt.co solana.com

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
ไม่มีรายการ