
Steak ‘n Shake เครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจากสหรัฐฯ ประกาศว่ามูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถือครองเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านดอลลาร์ หลังนำรายได้จากลูกค้าที่ชำระเงินด้วย BTC มาเก็บไว้เป็นสินทรัพย์สำรองของคลังบริษัท
บริษัทระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มเปิดรับชำระด้วย Bitcoin อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2025 รายได้จาก BTC ทั้งหมดจะถูกนำเข้าคลังสำรองของบริษัท ซึ่งช่วยเสริมแรงผลักดันให้ยอดขายต่อสาขา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ทุกยอดขายด้วย Bitcoin เราจะนำมันเข้าสู่คลังสำรองของเรา และนั่นกลายเป็นพลังหมุนที่ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นอีก” Steak ‘n Shake กล่าว
ในไตรมาส 2 ปี 2025 ยอดขายต่อสาขาเติบโตขึ้น 11% และในไตรมาส 3 ขยายตัวต่ออีก 15% แซงหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมอย่าง McDonald’s, Domino’s และ Taco Bell
ขณะเดียวกัน Steak ‘n Shake ยังขยายธุรกิจไปยัง เอลซัลวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่รองรับ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ชุมชน Bitcoin ได้เข้ามาร่วมฉลองประกาศดังกล่าว ผ่านการโพสต์ใบเสร็จของ Steak ‘n Shake ที่จ่ายด้วย Bitcoin
การตัดสินใจของบริษัทที่จะนำ Bitcoin มาให้ใช้ชำระเงินได้ เกิดขึ้นหลังจากการปิดร้าน 230 แห่งระหว่างปี 2018 ถึง 2025 จากที่เคยเปิดมากสุดถึง 628 แห่งในปี 2018 แต่ลดลงเหลือ 394 แห่งภายในปี 2026 เท่านั้น
นักลงทุนและนักบัญชี Rajat Soni แสดงความคิดเห็นว่า การที่บริษัทมี Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินให้ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจไม่แน่นอน
“ธุรกิจส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะอยู่ในตลาดไม่ได้นานพอ แต่การมี Bitcoin จะช่วยยืดอายุธุรกิจ เพราะมันทำหน้าที่เหมือน Backstop ทางการเงิน” Soni กล่าว
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย