
สองบริษัทยักษ์ใหญ่สาย “คลังคริปโท” ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นยังเดินหน้าซื้อเพิ่ม แม้ราคา BTC/ETH จะร่วงต่อเนื่อง โดย Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 2,486 BTC และ Bitmine ซื้อ Ether เพิ่ม 45,759 ETH
วานนี้ (17 ก.พ.) Strategy ประกาศว่า บริษัทได้เข้าซื้อบิตคอยน์ในช่วง 9–16 ก.พ. จำนวน 2,486 BTC มูลค่ารวมราว 168 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 67,710 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้ยอดถือครองรวมแตะ 717,131 BTC
โดยการเข้าซื้อรอบนี้มาจากการขายหุ้นผ่านโครงการ at-the-market (ATM) ได้แก่ขายหุ้นบุริมสิทธิ STRC 785,354 หุ้น ได้เงินสุทธิ 78 ล้านดอลลาร์ และขายหุ้นสามัญ Class A 660,000 หุ้น ได้เงินสุทธิ 90 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ Strategy เผยว่า ต้นทุนรวมสะสมของ Bitcoin ทั้งหมดอยู่ที่ 5.45 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ย 76,027 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งต่ำกว่าราคาบิตคอยน์ปัจจุบันที่อยู่ที่ราว 67,000 ดอลลาร์ โดยขาดทุนอยู่ราว 11% ราว 6 พันล้านดอลลาร์
ฝั่ง Bitmine Immersion Technologies บริษัทคลัง ETH รายใหญ่ที่สุด ก็เปิดเผยในวันเดียวกันว่า ได้เข้าซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 45,759 เหรียญ ดันถือครองรวมเป็น 4,371,497 ETH คิดเป็นราว 3.62% ของอุปทาน ETH ทั้งหมด
จากจำนวนที่ถือครองทั้งหมด ได้มีการนำไป Stake อยู่ 3,040,483 ETH มูลค่าราว 6.1 พันล้านดอลลาร์ โดยบริษัทประเมินว่ารายได้จาก staking จะอยู่ที่ราว 176 ล้านดอลลาร์ต่อปี
นอกจากนี้ Bitmine ยังรายงานสินทรัพย์ที่มีทั้งหมด (คริปโท+เงินสด+การลงทุนอื่น) ราว 9.6 พันล้านดอลลาร์ ประกอบด้วย เงินสด 670 ล้านดอลลาร์, 193 BTC, เงินลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ใน Beast Industries และ 17 ล้านดอลลาร์ใน Eightco Holdings
การซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่ยังซบเซา โดยราคา Bitcoin อยู่ที่ 67,000 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum อยู่ที่ 1,900 ดอลลาร์ ทำให้หุ้นกลุ่มบริษัทคลังคริปโทปรับลงแรงตามด้วย เช่น Strategy ที่ลดลงราว 72% จาก ATH และ Bitmine ที่ร่วงกว่า 85% จากจุดสูงสุด
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย