
Strategy เสริมเงินสดเพิ่ม 747 ล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นสามัญเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และหยุดการซื้อ Bitcoin ชั่วคราว ขณะที่บริษัทปรับสมดุลสินทรัพย์ท่ามกลางภาวะตลาดคริปโทที่ซบเซา
วานนี้ (22 ธ.ค.) Strategy ประกาศเสริมสภาพคล่องด้วยการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนมูลค่า 747 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาเติมเงินสดในงบดุล พร้อมจัดตั้ง “คลังสำรอง USD” เพื่อใช้บริหารความเสี่ยงด้านภาระดอกเบี้ยและเงินปันผล
Michael Saylor ผู้ก่อตั้งของ Strategy เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีเงินสดในมือรวม 2.19 พันล้านดอลลาร์ และถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 671,268 BTC โดยการซื้อบิตคอยน์ล่าสุดคือเมื่อ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา จำนวน 10,645 BTC มูลค่ารวม 980 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 92,098 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ในช่วงวันที่ 15–21 ธ.ค. Strategy ได้ขายหุ้นสามัญประเภท A ไปทั้งหมด 4.535 ล้านหุ้น ผ่านโครงการเสนอขายหุ้นแบบ At-the-Market (ATM) ซึ่งระดมทุนสุทธิได้ถึง 747 ล้านดอลลาร์ โดยไม่มีการขายหุ้นบุริมสิทธิในช่วงเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนธ.ค. Strategy ได้ประกาศจัดตั้ง “USD Reserve” หรือคลังสำรองดอลลาร์สหรัฐ เริ่มต้นที่ 1.44 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ และดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ของบริษัท พร้อมระบุว่ามีแผนเพิ่มทุนสำรองนี้ให้ครอบคลุมการจ่ายปันผลอย่างน้อย 12–24 เดือนข้างหน้า
ตามข้อมูลจาก bitcointreasuries ระบุว่า Strategy เข้าซื้อ Bitcoin แล้วมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยปัจจุบันกำไรอยู่ราว 17% มูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยที่ 74,972 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
ที่มา : cointelegraph
แปลและเรียบเรียง : สหรัฐ ฉัตราพงษ์

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย